คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เรือที่ใช้ในการกระทำความผิดอาญา ศาลมีอำนาจสั่งริบได้ตามกฎหมาย แต่การสั่งริบให้พิจารณาถึงความเหมาะสมเป็นรายกรณีไป
ย่อคำพิพากษา
จำเลยใช้เรือไปทำการลักอ้อยและบันทุกอ้อย จึงถือได้ว่าจำเลยได้ใช้เรือนี้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบเรือได้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 27 แต่รูปคดีนี้ยังไม่สมควรสั่งให้ริบเรือ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.27 กฎหมายลักษณะอาญา ม.293
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้เรือหมูเป็นพาหนะลักอ้อยของนายเปลื้อง ๑๐๐ ลำ ราคา ๑๒ บาท ขอให้ลงโทษ และริบเรือของกลาง ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๓ เดือนตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๙๓,๕๙ ของกลางริบ
ศาลอุทธรณ์แก้มิให้ริบเรือ
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ใช้เรือไปทำการลักอ้อยและบันทุกอ้อย จึงถือได้ว่าจำเลยได้ใช้เรือนี้ในการกระทำความผิด คดีเข้าในมาตรา ๒๗ ก.ม.ลักษณะอาญาที่บัญญัติให้ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ริบได้ แต่เมื่อพิเคราะห์รูปคดีในเรื่องนี้แล้ว เห็นยังไม่สมควรจะสั่งให้ริบ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2492
อัยยการสิงหบุรี โจทก์
นายชลอ บุญเลิศ ที่ 1, นางชื้น จันทร์เที่ยง ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสิงหบุรี · ล. - นายชลอ บุญเลิศ ที่ 1, นางชื้น จันทร์เที่ยง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงหบุรี - หลวงสุทธิพากย์พิบูล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา