⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 651/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ยึดถือทรัพย์สินไว้ในฐานะผู้แทนผู้ครอบครองตามมาตรา 1381 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่มีอำนาจฟ้องคดีเพื่อปกป้องสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดิน จำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้อง ดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1381 เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญมาและนางบุดดา พ่อตาแม่ยายโจทก์ได้มอบที่นา ๒ แปลงให้โจทก์กับนางโฮมภริยาทำกินและอุปการะเลี้ยงดู นายบุญมาและนางบุดดาตลอดมา บัดนี้ จำเลยซึ่งเป็นน้องเขย นายบุญมาได้เข้ามารบกวนขัดขวางโจทก์มิให้ทำนาตามปกติ จึงขอให้ศาลห้าม จำเลยต่อสู้ว่านาพิพาทเป็นของจำเลยโก่นสร้างขึ้นเองมา ๘ ปีแล้ว โจทก์หรือนายบุญมาและนางบุดดาไม่เคยเกี่ยวข้อง และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย และขอให้ศาลวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้องก่อน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนางบุดดามาเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต นางบุดดายื่นคำแถลงว่า นาพิพาทเป็นของนางบุดดาได้มอบให้โจทก์ทำกิน จึงขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมเพื่อสงวนสิทธิในที่พิพาท จำเลยคัดค้าน แต่ศาลชั้นจึงสั่งอนุญาตให้นางบุดดาเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นสืบพะยานโจทก์ แล้วจำเลยไม่ติดใจสืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น เพราะนางบุดดายังไม่ได้รับความยินยอมจากสามี ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ นางบุดดาโจทก์ร่วมจึงถอนตัวออกจากคดี จำเลยไม่คัดค้าน แล้วจำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยข้อตัดฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กล่าวมาในฟ้องอ้างว่า ผู้อื่นเป็นเจ้าของที่พิพาท คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยอาศัยเหตุที่ว่าเจ้าของที่พิพาทมอบให้โจทก์อาศัยทำกิน และอุปการะเลี้ยงดูเจ้าของที่ดินนั้นฐานะของโจทก์จึงหาเป็นผู้มีสิทธิครอบครองหรือมีทรัพย์สิทธิอื่นใดในที่ดินนั้นไม่ โจทก์มีฐานะเพียงเป็นผู้ดูแลและจัดการที่ดินแทนนายบุญมาและนางบุดดาเท่านั้น สิทธิครอบครองยังคงอยู่แก่เจ้าของที่นา ซึ่งโจทก์จะเป็นอย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๘๑ ในคดีนี้ จำเลยตั้งพิพาทมาในข้อกรรมสิทธิ การวินิจฉัยคดีจะต้องชี้ถึงกรรมสิทธิหรือความเป็นเจ้าของแห่งทรัพย์สินนั้นเป็นเบื้องต้น เมื่อเจ้าของทรัพย์สินไม่ยอมมาเป็นโจทก์ร่วม และไม่มีการบังคับให้เข้ามาเป็นคู่ความ โจทก์ผู้ไม่มีทรัพย์สินอย่างใดในทรัพย์สินนั้น ก็มิได้รับมอบหมายให้ฟ้องร้องแทนเจ้าทรัพย์ โจทก์จึงหามีอำนาจฟ้องร้องคดีนี้ไม่ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492 นายคำเพียง อินทะบุญสรี ที่ 1, นางบุดดา โสภารักษ์ ที่ 2 โจทก์ นายเซียน อินทะบุญสรี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคำเพียง อินทะบุญสรี ที่ 1, นางบุดดา โสภารักษ์ ที่ 2 · ล. - นายเซียน อินทะบุญสรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเลย - นายประเสริฐ พิพัฒน์กุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทสจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา