คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ถูกหลอกลวงได้จ่ายเงินให้แก่จำเลยเพราะหลงเชื่ออุบาย ถือว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายโดยตรง มีอำนาจร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีฉ้อโกงเงินนั้น เมื่อผู้ถูกหลอกลวงเชื่ออุบายจำเลยได้จ่ายเงินให้แก่ฝ่ายจำเลย จะเป็นเงินของผู้ถูกหลอกลวงเองหรือหยิบยืมมาจากใคร จะทำเป็นหนังสืออย่างใด หรือไม่ก็ตาม ก็เรียกได้ว่าผู้ถูกหลอกลวงเป็นผู้เสียหายโดยตรงมีอำนาจที่จะร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานฉ้อโกงเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ของนายมณีไป จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๓๐๔ จำคุก ๑ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า นายมณีผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทนั้นเป็นของพี่สาวนายมณีไปยืมมาจากนางโอมาย และรับเงินไปในลักษณะกู้ยืม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงคงฟังได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงนายมณีฯ ได้เชื่ออุบายของจำเลย ได้จ่ายเงินให้แก่ฝ่ายจำเลย จะเป็นเงินของนายมณีเอง หรือหยิบยืมมาจากใคร จะทำเป็นหนังสืออย่างใด หรือไม่ก็ตาม ก็เรียกได้ว่านายมณีเป็นผู้เสียหายโดยตรง มีอำนาจที่จะร้องเรียกได้ว่านายมณีเป็นผู้เสียหายโดยตรง มีอำนาจที่จะร้องทุกข์ได้ตามกฎหมาย.
พิพากษายืน./
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2492
พนักงานอัยยการ กรมอัยยการ โจทก์
นายสนิท หรือ ทองใบจันทนากร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ กรมอัยยการ · จำเลย - นายสนิท หรือ ทองใบจันทนากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นางทองคำ จารุเหตุ · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ ปฏภาณ. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา