⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 753/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายกเทศมนตรีในฐานะหัวหน้าดำเนินกิจการของเทศบาล สามารถฟ้องหรือถูกฟ้องคดีในนามตำแหน่งหน้าที่ของตนได้ โดยไม่จำเป็นต้องนำนิติบุคคล (เทศบาล) เข้ามาเป็นคู่ความเสมอไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าภาษีโรงเรือนที่เจ้าหน้าที่ประเมินเกินไป โดยกล่าวในฟ้องว่าโจทก์ฟ้องนายทับ ณ พัทลุง ในนามนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุงเป็นจำเลย ย่อมเป็นการฟ้องบุคคลธรรมดาในตำแหน่งหน้าที่ของเขา ตาม พ.ร.บ.ปันรายได้บำรุงเทศบาล 2479 ม.4 ซึ่งบัญญัติว่า ภาษีโรงเรือน ซึ่งจะพึงเรียกเก็บได้ในเขตต์เทศบาลให้โอนให้เทศบาลเรียกเก็บเป็นรายได้ของเทศบาล และให้เทศบาลมีอำนาจและหน้าที่แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อการนี้ประกอบกับ พ.ร.บ.เทศบาล 2481 มาตรา 36 บัญญัติว่า ในการบริหารการเทศบาลทั้งหลาย ให้นายกเทศมนตรีเป็นหัวหน้าดำเนินกิจการทั้งปวงของเทศบาล ดังนี้ นายกเทศมนตรีซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาโดยตำแหน่งหน้าที่นายกเทศมนตรีจึงอาจฟ้อง หรือถูกฟ้องเป็นคดีความในโรงศาลได้ ไม่จำเป็นต้องเอานิติบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความเสมอไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติปันรายได้บำรุงเทศบาล พ.ศ.2479 ม.4 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2481 ม.25 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2481 ม.31 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2481 ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องนายทับ ณ พัทลุงในนามนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง เป็นจำเลย ขอให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีโรงเรือนและที่ดิน ที่เจ้าหน้าที่ได้ประเมินภาษีของโจทก์จำนวน ๔๘ บาท จำเลยให้การว่า เจ้าพนักงานประเมินโดยถูกต้อง และตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นส่วนบุคคล ไม่ได้ฟ้องเทศบาลเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นนิติบุคคล จำเลยไม่ต้องรับผิดคืนเงินรายนี้ เพราะเทศบาลเมืองพัทลุงอันเป็นนิติบุคคลเป็นผู้เรียกเก็บ จำเลยเป็นนายกเทศมนตรีมีหน้าที่เพียงพิจารณาอุทธรณ์เรื่องภาษีโรงเรือนและที่ดินเท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อตัดฟ้อง แล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา, ศาลฎีกา ได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า คดีนี้โจทก์กล่าวในฟ้องมาโดยชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องนายทับ ณ พัทลุงในนามนายกเทศมนตรีเมืองพัทลุง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา โดยตำแหน่งหน้าที่ของเขา ตาม พ.ร.บ.ปันรายได้บำรุงเทศบาล ๒๔๗๕ มาตรา ๔ และ พ.ร.บ.เทศบาล ๒๔๘๑ มาตรา ๓๖ เป็นที่เห็นได้ว่า นายกเทศมนตรีทั้งโดยตำแหน่งจะต้องเป็นผู้รับผิ่ดชอบในกิจการเทศบาล จึงอาจฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีความในโรงศาลได้ มิจำต้องเอานิติบุคคลเป็นคู่ความเสมอไป และโดยฉะเพาะอย่างยิ่ง ในกรณีภาษีโรงเรือนนี้ พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ได้บัญญัติให้มีการ "อุทธรณ์" การประเมินต่อผู้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบในหน่วยการนั้น ๆ เสียก่อน จึงจะนำคดีขึ้นมาสู่ศาลได้ ดังนี้ ในฐานะของนายกเทศมนตรี โดยตำแหน่งนั้น จึงแตกต่างกับผู้จัดการนิติบุคคลอื่นบางชะนิด ซึ่ง ก.ม.บัญญัติให้บังคับตามบทบัญญัติแต่ในลักษณะตัวแทนเป็นฉะเพาะรายไป ประกอบกับพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน ๒๔๗๕ มาตรา ๓๒ ดั่งนี้ เมื่อนายกเทศมนตรีต้องเป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการทั้งปวงของเทศบาล บุคคลธรรมดา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี จึงต้องเป็นผู้ที่ถูกบังคับตาม ก.ม.อยู่โดยตรง ศาลฎีกาเห็นว่า นายทับ ณ พัทลุง ในนามนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพัทลุง ย่อมถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2492 นายสถิตย์ หังสพฤกษ์ โจทก์ นายทับ ณ พัทลุง ในนามนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพัทลุง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสถิตย์ หังสพฤกษ์ · ล. - นายทับ ณ พัทลุง ในนามนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพัทลุง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสุธรรม วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1793/2549ฎีกา 631/2541ฎีกา 305/2511ฎีกา 1858-1859/2515ฎีกา 130/2538ฎีกา 3409/2554ฎีกา 4324/2543ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 887/2542ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา