คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เป็นเจ้าของสัตว์มีหน้าที่พิสูจน์ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงและรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์แล้ว หากสัตว์นั้นก่อความเสียหาย.
ย่อคำพิพากษา
ตามมาตรา 433 ป.ม.แพ่ง ฯ เป็นหน้าที่ของผู้เป็นเจ้าของสัตว์จะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงสัตว์ การรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์
ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ถ้าได้ยินเสียงคนเป็นไล่อาละวาดทันที ช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า 20 วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูแลในเวลากลางวันห่าง ๆ เพราะเข้าใกล้ไม่ได้ ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ เมื่อปรากฎว่าช้างของจำเลยได้ทำร้ายผู้อื่นตาย จำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้ จะว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์แล้วไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของช้างพลายตัวหนึ่ง ช้างตกมันมีนิสสัยดุร้าย เที่ยวอาละวาดทำอันตรายบุคคลและทรัพย์สมบัติของราษฎร จำเลยหาได้จัดการควบคุม หรือระมัดระวังอย่างใดไม่ ช้างของจำเลยได้ทำร้ายนางพร้อยและ ด.ญ.พริ้งบาดเจ็บสาหัส นางพร้อยได้ตายใน ๒ วัน ต่อมา จึงขอค่าสินไหมทดแทน ค่าขาดอุปการะ และค่าปลงศพนางพร้อย จำเลยให้การว่า ได้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลรักษาช้างตามวิสัยของสัตว์และตามเหตุการณ์ที่บังเกิดขึ้น เหตุที่ช้างทำร้ายนางพร้อยและ ด.ญ.พริ้ง เพราะนางพร้อยมีความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เหลือความสามารถของจำเลยที่จะขัดขวางได้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด และว่านางพร้อยมีโรคภัยเบียบเบียนจะตายอยู่แล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่จำเลยปฏิบัติแล้วยังไม่พอถือได้ว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันควรแก่การรักษาช้างตกมัน พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนที่โจทก์ขาดอุปการะ ๒๔๐๐ บาท ค่าปลงศพนางพร้อย ๒๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๔๓๓ ป.ม.แพ่งฯ ให้เป็นหน้าที่ของจำเลยผู้เป็นเจ้าของช้างจะพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การระวังรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ช้างของจำเลยตกมันเต็มที่ ได้เสียงคนไม่ได้ ถ้าได้ยินเสียงเป็นอาละวาดทันที แม้ควานช้างก็ไม่กล้าเข้าใกล้ ช้างของจำเลยได้เพ่นพ่านอยู่ในละแวกบ้านไม่น้อยกว่า ๒๐ วัน จำเลยเป็นแต่คอยเฝ้าดูและในเวลากลางวันห่าง ๆ ไกลช้าง เข้าใกล้ไม่ได้ ส่วนในเวลากลางคืนหาได้เฝ้าดูแลไม่ ต่อเมื่อปรากฎว่า ช้างของจำเลยได้ทำร้ายนางพร้อยถึงตาย จำเลยจึงได้ใช้วิธียิงขาช้างและจับได้ จะว่าจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชะนิดและวิสัยของสัตว์ไม่ได้ ศาลล่างพิพากษาให้จำเลยรับผิดชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2492
นางเบี้ยว ฤกษ์มีชัย ผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ย.พริ้ง ฤกษ์มีชัย โจทก์
นายมี มุลิโก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเบี้ยว ฤกษ์มีชัย ผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ย.พริ้ง ฤกษ์มีชัย · ล. - นายมี มุลิโก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดไชยา - นายชวน ชินสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูกิจวิมลอรรถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา