คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ หากความผิดแต่ละกระทงที่ถูกลงโทษมีกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 243 กะทงหนึ่งมีกำหนด 3 ปี และตามมาตรา 299 อีกกะทงหนึ่ง มีกำหนด 3 ปี รวมโทษ 2 กะทง 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ความผิดของจำเลยแต่ละกะทงไม่เกิน 5 ปี จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
(อ้างฎีกาที่ 842/2482)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีมีปัญหาเฉพาะจำเลยที่ ๑
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๖ และ ๒๔๓ แต่ให้วางโทษบทหนักคือมาตรา ๒๔๓ จำคุกมีกำหนด ๓ ปีกะทงหนึ่ง และผิดตามมาตรา ๒๙๙ อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๒ กะทง รวมโทษจำคุก ๖ ปี
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดของจำเลยแต่ละกะทงจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๑๘ ตามแบบอย่างฎีกาที่ ๘๔๒/๒๔๘๒
จึงให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1473/2493
พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์
นายนิ่ม หรือเวียน บุญยังสุข ที่1, นายแพว เพ็ชรอำไพ ที่2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · ล. - นายนิ่ม หรือเวียน บุญยังสุข ที่1, นายแพว เพ็ชรอำไพ ที่2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประสิทธิ สงขกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา