คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1563/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความเคยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใดอย่างหนึ่งในคดีก่อน ศาลย่อมรับฟังข้อเท็จจริงนั้นเป็นหลักฐานในคดีหลังได้โดยไม่ต้องสืบพยานอีก และศาลมีอำนาจงดการสืบพยานในข้อเท็จจริงที่คู่ความได้กล่าวอ้างไว้ในคดีก่อนได้
ย่อคำพิพากษา
บิดาผู้ตายฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ผู้ตายจำนองเขาไว้โดยอ้างว่าเขารับจำนองไม่สุจริตเมื่อปรากฎว่าบิดาผู้ตายกับภรรยาผู้ตายเคยเป็นความกันเรื่องที่ดินแปลงนี้มาก่อนแล้ว และในคดีก่อนนั้นบิดาผู้ตายกล่าวในฟ้องว่าผู้รับจำนองรายที่กล่าวนี้รับจำนองจากผู้ตายโดยสุจริต ดังนี้ศาลย่อมรับฟังความข้อนี้จากฟ้องฉะบับก่อนได้ว่า ผู้รับจำนองรับจำนองโดยสุจริตโดยไม่ต้องสืบพยานต่อไปและแม้บิดาผู้ตายจะขอสืบว่าความจริงผู้รับจำนองรับจำนองไว้โดยไม่สุจริตศาลก็มีอำนาจงดสืบได้เพราะคดีฟังได้ดังกล่าวแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
นางเฟี้ยมฟ้องว่านายอนันต์จำนองที่ดินโฉนดที่ ๑๖๗๙ ไว้แก่นางเฟี้ยม นายอนันต์วายชนม์ นายกิมหยงจำเลยที่ ๑ เป็นบิดานายอนันต์ นางบุญชูจำเลยที่ ๒ เป็นภรรยานายอนันต์ทำสัญญายอมความในศาลในคดีแดงที่ ๕๓/๒๔๙๑ ให้ถอนชื่อนายอนันต์ออกจากโฉนดที่ ๑๖๗๙ นางเฟี้ยมจึงขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญายอมความตลอดจนคำพิพากษาท้ายยอม เพื่อให้ที่ดินโฉนดที่ ๑๖๗๙ เป็นของนายอนันต์ตามเดิม
นายกิมหยงจำเลยฟ้องแย้ง ขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างนางเฟี้ยมโจทก์ กับนายอนันต์
นางเฟี้ยมโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่ารับจำนองจากนายอนันตโดยสุจริต
ศาลชั้นต้นสอบจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองรับว่าสัญญายอมความในคดีแดงที่ ๕๓/๒๔๙๑ เกิดขึ้นโดยไม่สุจริตจริง ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้เพิกถอนสัญญายอมความตลอดจนคำพิพากษาท้ายยอม ซึ่งข้อนี้ยุติเพียงศาลชั้นต้นส่วนฟ้องแย้งศาลชั้นต้นตรวจดูฟ้องคดีแดงที่ ๕๓/๒๔๙๑ ฟ้องนั้นนายกิมหยงกล่าวว่าที่ดินโฉนดนี้นางเฟี้ยมรับจำนองไว้จากนายอนันต์โดยสุจริต เมื่อเป็นเช่นนี้ศาลชั้นต้นจึงฟังข้อเท็จจริงว่านางเฟี้ยมรับจำนองที่ดินจากนายอนันต์โดยสุจริต พิพากษายกฟ้องแย้งโดยไม่ต้องสืบพยาน
นายกิมหยงอุทธรณ์ขอสืบพยาน
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
นายกิมหยงฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฎีกาของนายกิมหยง ๆ ก็รับว่าในคำฟ้องในคดีแดงที่ ๕๓/๒๔๙๑ ได้กล่าวว่านางเฟี้ยมรับจำนองโดยสุจริตแต่ไม่เป็นความจริง จึงจะขอสืบว่านางเฟี้ยมจำนองโดยไม่สุจริต
ตามที่กล่าวมานี้ปรากฎว่านายกิมหยงกล่าวคำรับในสำนวนความฟังได้ตามกฎหมายอนึ่ง ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๐๔ มีว่าให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ในวันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวพันกับประเด็นและเป็นอัน เพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่แล้วให้พิพากษาคดีไปตามนั้น ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานและฟังข้อเท็จจริงว่า นางเฟี้ยงรับจำนองโดยสุจริตนั้น ชอบแล้วไม่ผิดวิธีพิจารณาจึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1563/2493
นายเฟี้ยม แซ่อึ้ง โจทก์
นายกิมหยง อิ้วเฮง ที่1, นางบุญชู เอนกทรัพย์ ที่2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเฟี้ยม แซ่อึ้ง · ล. - นายกิมหยง อิ้วเฮง ที่1, นางบุญชู เอนกทรัพย์ ที่2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายบุญชัย ศิริฤทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา