คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่ถูกยึด ย่อมมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ แม้จะยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 55 นั้น ผู้ที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลเช่นในกรณีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเพราะทรัพย์นั้นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น หาจำจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิในทรัพย์นั้นไม่ ผู้มีส่วนได้เสียในกรณีย่อมมาใช้สิทธิทางศาลได้ด้วยการร้องขัดทรัพย์
ผู้รับสัมปทานจากรัฐบาลให้มีสิทธิเข้าถือเอาไม้ในป่าตามที่กำหนดให้นั้น ย่อมมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ในเมื่อไม้ที่ถูกตัดมาจากป่าสัมปทานของผู้ร้องได้ถูกยึดทรัพย์ไว้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เป็นเรื่องพิพาทกันในชั้นขัดทรัพย์ คือ โจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาซื้อขายแก่นไม้คูนจำนวนหนึ่งแสนกิโลกรัม เรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน ๓๖,๐๐๐ บาท จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมต่อหน้าศาล ยอมชำระเงินให้แก่โจทก์แล้วกลับไม่ชำระโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไม้สักแปรรูปรวม ๑๕๔ ท่อน ซึ่งไม่มีรอยดวงตราหรือเครื่องหมายกรรมสิทธิของผู้ใด อ้างว่าเป็นของจำเลย ๔ คน รวมราคาประมาณ ๑๒๓๒๐ บาท
บริษัทหลุยทีเลียงโนเวนส์ ยื่นคำร้องและคำแก้ไขขอให้สั่งปล่อยการยึดสำหรับไม้ ๓๙ ท่อนในจำนวนดังกล่าวโดยอ้างว่าไม้ ๓๙ ท่อนนั้นเป็นทรัพย์สินของผู้ร้อง โดยผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองและมีสิทธิทำไม้ตามสัมปทานที่รัฐบาลออกให้แก่ผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าแม้จะฟังว่าไม้เหล่านั้นถูกตัดมาจากป่าสัมปทานของผู้ร้องก็ดี แต่ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิครอบครองในไม้เหล่านั้น เมื่อผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของหรือไม่มีสิทธิครอบครองแล้ว ผู้ร้องจะเข้าขัดทรัพย์ไม่ได้ จึงสั่งงดการพิจารณาแล้วชี้ขาดเบื้องต้นให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๒๘๘ อันประกอบด้วยมาตรา ๕๕ แห่ง ป.ม.วิ.แพ่งนั้น ผู้ที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล เช่นในกรณีร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด เพราะทรัพย์นั้นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น หาจำจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิหรือทรัพย์สิทธิในทรัพย์สินนั้นไม่ ผู้มีส่วนได้เสียในกรณีย่อมมาใช้สิทธิทางศาลได้ด้วยการร้องขัดทรัพย์ กรณีนี้ผู้ร้องเป็นผู้รับสัมปทานจากรัฐให้เป็นผู้มีสิทธิเข้าถือเอาไม้ในป่าตามที่กำหนดให้แต่ผู้เดียว ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดได้ จึงพิพากษากลับให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นแลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ไว้ พิจารณาสั่งต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2493
นายพร สุทธิประดิษฐ์ โจทก์
บริษัทหลุยทีเลียวโนเวนส์ จำกัดโดยนายอาร์.เอช เซ็นท์เอเมอร์รี่ ผู้ร้อง
นายยวง มีคำ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพร สุทธิประดิษฐ์ · ผู้ร้อง - บริษัทหลุยทีเลียวโนเวนส์ จำกัดโดยนายอาร์.เอช เซ็นท์เอเมอร์รี่ · ล. - นายยวง มีคำ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุโขทัย - นายสวิง ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา