⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 449/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าเดิมเช่าห้องพิพาทต่อไป ไม่ทำให้ผู้เช่าเดิมมีสิทธิคงอยู่ในห้องพิพาทต่อไปได้ หากมีคำพิพากษาให้ขับไล่แล้ว

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยถูกผู้เช่าเดิมเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ให้ออกจากห้องพิพาทจนได้ทำสัญญายอมความกันต่อศาลว่าจะออกจากห้องไปภายในกำหนดแล้วกลับปรากฏว่าผู้ให้เช่าได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่ากับโจทก์ และตกลงจะให้จำเลยเช่าห้องพิพาทต่อไป ซึ่งโจทก์ได้คัดค้านอยู่ ดังนี้ ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิจะคงอยู่ในห้องพิพาทต่อไป เพียงแต่เป็นเหตุพอที่ศาลยังไม่ควรจะจับกุมกักขังจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากห้องเช่าซึ่งโจทก์ได้เช่าจากสำนังานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในที่สุดคู่ความได้ประนีประนอมยอมความกันต่อศาลว่า จำเลยยอมออกจากห้องเพิาทภายใน ๒ เดือน หากไม่ปฏิบัติตามยอมให้โจทก์บังคับคดีทันทีและยอมให้ริบเงินมัดจำ และยกสิ่งปลูกสร้างที่ต่อเติมให้โจทก์ ก่อนถึงกำหนด ๓ วันจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลว่า ทางทรัพย์ฯ ได้มีคำสั่งเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์และจะให้จำเลยเช่าต่อไป ขอให้ศาลยืดเวลาให้จำเลยอยู่ต่อไป จนกว่าทรัพย์สินฯ จะทำสัญญาเช่าให้จำเลย ครั้นพ้นกำหนดตามยอม โจทก์ร้องขอให้ออกหมายจับจำเลยฐานไม่ปฏิบัติตามหมายบังคับ ศาลชั้นต้นสอบคู่ความ โจทก์แถลงว่าได้รับหนังสือบอกเลิกการเช่าจากทรัพย์สินฯจริง แต่ได้มีหนังสือคัดค้านไปแล้วว่าทรัพย์สินยังไม่มีสิทธิบอกเลิก จำเลยแถลวว่าทรัพย์สินฯ ได้ตกลงให้จำเลยเช่า แต่ยังไม่ได้ทำสัญญาเช่า และได้ขอให้ศาลเรียกคำสั่งของทรัพย์สินดังกล่าวมาแสดง ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยยังคงอยู่ในตีกพิพาท ไม่ใช่เป็นการจงใจขัดคำบังคับของศาล ไม่สมควรออกหมายจับ ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยยังมิได้เข้าทำสัญาเป็นผู้เช่าที่ทรัพย์สินอนุมัติ ไม่เกี่ยวถึงจำเลย ไม่เป็นข้อแก้ตัวที่จำเลยจะขัดขืน โจทก์ยังโต้แย้งการบอกเลิกของทรัพย์สินอยู่ พิพากษากลับให้ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีาเห็นว่า การที่จำเลยไม่ยอมออกไปตามกำหนดในสัญญายอมด้วยเหตุดังกล่าว ก็มีเหตุพอ ซึ่งศาลยังไม่ควรจะมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยแต่ข้ออ้างของจำเลยเช่นนี้ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิที่จะคงอยู่ในห้องพิพาทต่อไป เพระการที่จำเลยเพียงแต่ตกลงกับทรัพย์สินก็ดี การที่ทรัพย์สินฯมีหนังสือบอกเลิกการเช่าถึงโจทก์ก็ดี ไม่เป็นเหตุที่จะลบล้างสัญญาประนีประนอมยอมความทีได้ทำไว้ต่อศาลได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2493 นางกิมเป้า เตียวไพบูลย์ โจทก์ นางสงวน ตันทะพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมเป้า เตียวไพบูลย์ · จำเลย - นางสงวน ตันทะพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 324/2503ฎีกา 766/2543ฎีกา 1649/2498ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 1485/2513ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 1275/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา