⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 470/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครอง * ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอม ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในส่วนของคำร้องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ โดยไม่จำต้องผูกพันตามคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย

ย่อคำพิพากษา

การซื้อขายที่ดินมีโฉนดซึ่งแม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือซื้อขายกันให้ถูกต้อง แต่เมื่อฝ่ายผู้ซื้อได้ครอบคอรงมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ย่อมได้ที่เป็นสิทธิในฐานะครอบครอง ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในเรื่องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ ไม่อยู่ในบังคับของ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 143 ความในมาตรานี้หมายเฉพาะบังคับคู่ความให้เป็นไปตามคำพิพากษา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยขอแบ่งที่ดิน ผลที่สุดทำยอมแบ่งคนละครึ่ง โจทก์นำยึดที่ดินมีโฉนด ๑ แปลงเพื่อขายทอดตลาดแบ่ง ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินรายนี้เป็นของผู้ร้องโดย จ.บิดาโจทก์ขายให้ ต.บิดาผู้ร้อง ต.ตาย ผู้ร้องได้รับมรดกครอบครองมา ๒๐ ปีเศษ โจทก์จำเลยได้ตกลงกับผู้ร้องว่าเมื่อประกาศรับมรดก จ.แล้ว จะโอนให้ผู้ร้องอีกต่อหนึ่งโจทก์ต่อสู้หลายประการ จำเลยรับตามคำร้องขัดทรัพย์ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังตามคำร้องขัดทรัพย์และสั่งว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิในที่ดินรายนี้โดยทางครอบครองตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๘๒ ให้ถอนการยึด โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บิดาโจทก์ได้ขายที่พิพาทแก่บิดาผู้ร้องฝ่ายผูร้องได้ครอบครองมากกว่า ๑๐ ปีแล้ว แม้จะมิได้ทำหนังสือซื้อขายกันให้ถูกต้อง ผู้ร้องก็ย่อมได้ที่เป็นสิทธิในฐานะครอบครอง และที่ผู้ร้องมิได้เข้าเป็นคู่ความจะถือว่าเป็นการสละสิทธิไม่ได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลพิพากษาเด็ดขาดไปแล้วตามสัญญายอม ศาลจะกลับพิพากษาเป็นอย่างอื่นมิได้ โดยอ้าง ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๔๓ มานั้น ความในมาตรานี้หมายเฉพาะการบังคับคู่ความเป็นไปตามคำพิพากษา แต่ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีมีคำพิพากษา ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาเป็นอย่างอื่นได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2493 นางกุ้ง ปานหลุมเข้า โจทก์ นางพวง โปลิศ จำเลย นายสวง สุพลจิต ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกุ้ง ปานหลุมเข้า · จำเลย - นางพวง โปลิศ · ผู้ร้อง - นายสวง สุพลจิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายศิริ อติโพธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 3375/2532ฎีกา 1010/2539ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 4715/2542ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา