คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนความผิดฐานหนึ่ง แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานอื่น หากการสอบสวนนั้นได้ครอบคลุมถึงการกระทำความผิดอีกฐานหนึ่งด้วย ก็ถือว่าได้สอบสวนความผิดในฐานนั้นแล้ว
ย่อคำพิพากษา
คดีได้มีการสอบสวนความผิดที่จำเลยได้กระทำนั้นแล้ว แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานหนึ่ง แต่เมื่อกรณีที่สอบสวนความผิดนั้นปรากฏว่าเป็นความผิดอีกฐานหนึ่ง ก็เรียกได้ว่าได้สอบสวนความผิดในฐานนั้นด้วยได้ เพราะได้กระทำการสอบสวนในความผิดนั้นด้วยแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๒๓,๑๒๔ จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลมณฑลทหารบกที่ ๔ พิพากษาจำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือนตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๒๓
ศาลทหารกลางพิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ได้มีการสอบสวนความผิดที่จำเลยได้กระทำนั้นแล้ว แม้เดิมจะตั้งข้อหาฐานฉ้อโกงแต่เมื่อกรณีที่สอบสวนความผิดนั้นปรากฏว่า เป็นความผิดฐานอื่นก็เรียกได้ว่า ได้สอบสวนความผิดในฐานนั้นด้วยแล้ว เพราะได้กระทำการสอบสวนในความผิดนั้นด้วยแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2493
อัยการศาลมลฑลทหารบกที่ 4 โจทก์
ว่าที่ร.ต.โสภณ ธาริยะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการศาลมลฑลทหารบกที่ 4 · จำเลย - ว่าที่ร.ต.โสภณ ธาริยะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลมณฑลทหารบกที่ 4 · ศาลอุทธรณ์ - ศาลทหารกลาง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา