คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขหรือเพิ่มเติมฟ้องโดยแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องกล่าวไว้ในฟ้องนั้น ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 แต่หากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการสาหัสของบาดแผลเพิ่งปรากฏในชั้นพิจารณา โจทก์จะฟ้องคดีในความผิดที่ยังไม่มีการสอบสวนไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาทำร้ายร่างกายถึงบาดเจ็บตามมาตรา295 ในชั้นพิจารณาปรากฏว่าบาดแผลผู้เสียหายถึงอันตรายสาหัสจึงขอเพิ่มเติมฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามมาตรา297 เช่นนี้ หาใช่เป็นแต่การแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องโดยแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิด คือ บทมาตราในกฎหมายที่บัญญัติความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องกล่าวไว้ในฟ้องเท่านั้นไม่จึงมิต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 164 แต่อย่างไรก็ดี เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการสาหัสของบาดแผลนี้เพิ่งมาปรากฏในชั้นพิจารณาของศาลมิได้ปรากฏมาแต่ในชั้นสอบสวน โจทก์จึงฟ้องคดีในความผิดที่ยังไม่มีการสอบสวนไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 (อ้างฎีกาที่750/2494)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันใช้ไม้ตีและชกต่อยถีบเตะนายแป้นเป็นอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓
จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ว่าทำไปเพื่อป้องกันจำเลยที่ ๔ มิให้ถูกทำร้าย ส่วนจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ให้การปฏิเสธ
ในระหว่างสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในชั้นพิจารณาผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน ขอเพิ่มเติมฟ้องและคำขอท้ายฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การขอแก้ไขในข้อดังว่านี้ ตามกฎหมายไม่ให้ถือว่าจำเลยเสียเปรียบ และเมื่อพิจารณาข้อซักค้านของจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยมิได้หลงต่อสู้จึงอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้
ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๑ ปี แต่คำให้การของจำเลยที่ ๑ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ ๑ ใน ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๙ เดือน จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงยืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยทั้ง ๔ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย แต่ในข้อที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นข้อหาบาดเจ็บสาหัสตามมาตรา ๒๙๗ นั้น เห็นว่า เป็นการขอเปลี่ยนฐานความผิดอันมีอยู่ตามฟ้องเดิม โดยตั้งข้อหาขึ้นใหม่อันมีผลให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้น อันเป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งได้กระทำภายหลังสืบพยานโจทก์เกือบเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา และทำให้จำเลยเสียเปรียบในคดีเพราะจำเลยไม่มีโอกาสถามค้านพยานโจทก์ที่ได้สืบไปแล้ว เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๐๔/๒๔๙๓ จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ วางโทษจำเลยที่ ๑ หนักกว่าคนอื่นเพราะเป็นคนลงมือใช้ไม้ตีผู้เสียหาย ให้จำคุกไว้ ๘ เดือนจำเลยที่ ๒, ๓ และ ๔ คนละ ๖ เดือน แต่คำให้การจำเลยที่ ๑ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดให้ ๑ ใน ๔ คงจำคุกไว้ ๖ เดือน
โจทก์ฎีกาในข้อหาแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า การแก้ฟ้องโดยบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญเพิ่มเติมว่าผู้เสียหายมีอาการทุกขเวทนาถึงอาการบาดเจ็บสาหัสซึ่งมิได้ปรากฏในฟ้องเดิมนั้น หาใช่เป็นการแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิดซึ่งต้องแถลงหรือมิได้กล่าวในฟ้อง อันจะต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา ๑๖๔ ดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่ อย่างไรก็ดีเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์เพิ่มเติมฟ้องแล้ว จำเลยยังคงให้การต่อสู้เหมือนเดิมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบคดีนั้นแต่อย่างใด และในปัญหาที่จำเลยมิได้ซักค้าน ศาลก็อาจฟังพยานเพิ่มเติมได้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำร้องเพิ่มเติมฟ้องนี้เพิ่งมาปรากฏขึ้นในชั้นพิจารณาของศาล หาได้ปรากฏมาแต่ในชั้นสอบสวนแล้วไม่ โจทก์จึงฟ้องคดีในความผิดที่ยังไม่มีการสอบสวนไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๐ และนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๐/๒๔๙๔ โจทก์จึงขอเพิ่มเติมฟ้องในข้อนี้ไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2511
อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายทอง สำกลาง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายทอง สำกลาง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ - นายแปลก ศิงฆมานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา