⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 560/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ภริยาโอนขายที่ดินอันเป็นสินสมรสโดยสามีมิได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือ ถือเป็นโมฆียะกรรมตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ภริยาเอาที่ดินอันเป็นสินบริคณห์ไปทำนิติกรรมโอนขายโดยสามีมิได้ยินยอมเป็นหนังสือ ดังนี้ขัดต่อ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1476 การที่จำเลยยกอายุความบอกล้างโมฆียะกรรมขึ้นต่อสู้ตามมาตรา 143 ก็ดีและต่อสู้ว่า โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 6 ทั้ง 2 ประการนี้เป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบแพ้คดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.6 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.143 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันเป็นสินสมรสซึ่งจำเลยที่ ๑ ภรรยายโจทก์ได้โอนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ ๒ โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมและโจทก์เพิ่งทราบ จึงได้บอกล้างไปยังจำเลย จำเลยที่ ๑ ให้การรับตามฟ้องจำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอม ที่พิพาทไม่ใช่สินบริคณห์ เป็นสินเดิมของจำเลยที่ ๑ โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตและทราบการซื้อขายมากกว่า ๑ ปี ศาลชั้ต้นกะประเด็นรวม ๔ ข้อ และเห็นว่าใน ๒ ข้อแรกไม่จำต้องสืบ คือจำเลยรับว่าเป็นสินเดิมก็ถือว่าเป็นสินบริคณห์ และในข้อที่ว่าโจทก์รู้เห็นยินยอมหรือไม่ การยินยอมในกรณีเช่นนี้ต้องมีหนังสือตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๗๖ ส่วนในประเด็นข้อ ๓ ที่ว่าโจทก์ทราบการซื้อขายเมื่อใด และข้อ ๔ โจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตจริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตกหน้าทีจำเลยนำสืบก่อน และสั่งให้งดสืบพยานจำเลย ครั้นถึงวันนัดจำเลยที่ ๒ และโจทก์ต่างแถลงโต้เถียงกันว่า อีกฝ่ายหนึ่งควรสืบก่อน และในที่สุดต่างท้ากันว่า ถ้าศาลเห็นว่าประเด็นตกฝ่ายใดนำสืบก่อนแล้ว ให้ฝ่ายนั้นแพ้คดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า ประเด็น ๒ ข้อ นี้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีให้เพิกถอนสัญญาซื้อขาย ห้ามจำลเยที่ ๒ เกี่ยวข้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่าจากคำฟ้อง คำให้การ และแถลงรับของคู่ความว่าจำเลยที่ ๑ เอาที่ดินพิพาทไปขาย ให้จำเลยที่ ๒ โดยโจทก์มิได้ยินยอมอนุญาติเป็นหนังสือ ฝ่าฝืน ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๗๖ นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ โจทก์มีสิทธิบอกล้างได้ จำเลยมีข้อโต้แย้งอีก ๒ ข้อว่าโจทก์ขายเกิน ๑ ปี คือยกอายุความกาาบอกล้างโมฆียะกรรมตามมาตรา ๑๔๓ กับว่าโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต ซึ่งเป็นเรื่องยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้เพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามมาตรา ๖ เห็นว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบทั้ง ๒ ประการ เมื่อจำเลยไม่สืบก็ต้องแพ้คดี พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2493 นายพร้อม นุชชมภู โจทก์ นางเพียร นุชชมภู ที่ 1ฐ นายเภา สังข์ด้วง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพร้อม นุชชมภู · จำเลย - นางเพียร นุชชมภู ที่ 1ฐ นายเภา สังข์ด้วง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพ็ชรบุรี - นายศิริ มลิลา · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตนพจนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534ฎีกา 6663/2538ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550ฎีกา 234/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา