คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีที่ดินเปล่ามาอ้างในคำร้องขอประกันตัวจำเลยต่อศาลว่า มีสวนผลไม้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกนว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำคุกจำเลย 3 เดือน ดังนี้เป็นการฟังข้อเท็จจริง ฎีกาจำเลยต้องห้าม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์หาว่า จำเลยเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาแจ้งต่อผู้พิพากษาเพื่อขอประกันตัวจำเลย โดยกล่าวอ้างในคำร้องว่า จำเลยมีที่ดินสวนผลไม้ ๑ แปลงเป็นหลักประกัน ความจริงจำเลยมีที่ดินแต่ไม่ใช่สวนผลไม้ และความกว้างยาวของที่ดินไม่ถูกต้องดังที่แจ้ง ขอให้ลงโทาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ จำเลยรับสารภาพไม่ขอต่อสู้ ขอลดหย่อนโทษและขอให้รอการลงอาญา
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย ๓ เดือนตาา ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘ โดยลดกึ่งหนึ่งแล้ว และไม่รอการลงอาญา
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมีแต่ที่ดินมาแสดงว่าเป็นสวนผลไม้ อาจทำให้ผู้สั่งประกันหลงเชื่อในราคาได้ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยยื่นคำร้องว่า ตนมีสวนผลไม้ แต่ความจริงไม่มี มีแต่ที่ดินเปล่า ศาลเดิม และศาลอุทธรณ์จึงฟังว่าจำเลยแจ้งความเท็จตามข้อหานั้น เป็นการฟังข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๑๘
ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 723/2493
อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์
นายเชื่อม สุขัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายเชื่อม สุขัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูกิจวิมลอรรถ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา