⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 732/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 732/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. พินัยกรรมที่ทำโดยการลงลายพิมพ์นิ้วมือและมีพยานรับรองครบถ้วน 2 คน ถือว่าสมบูรณ์ แม้จะมีข้อความอื่นเพิ่มเติมเพื่อระบุตัวผู้ลงลายพิมพ์นิ้วมือ 2. การรับรองลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าเป็นการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ เพียงมีลายพิมพ์นิ้วมือผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงชื่อรับรองก็เพียงพอแล้ว

ย่อคำพิพากษา

พินัยกรรมที่ผู้ทำลงลายพิมพ์นิ้วมือ มีพยานรับรองครบ 2 คนแล้ว แม้ผู้เขียนพินัยกรรมจะเขียนชื่อผู้ทำพินัยกรรมและผู้รับพินัยกรรมลงในช่องผู้มอบและผู้รับพินัยกรรม เพื่อให้ทราบว่าในช่องมีลายพิพม์นิ้วมือนั้นเป็นลายพิพม์นิ้วมือของใคร ก็ไม่ทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์อยู่แล้วนั้นเสียไป การรับรองลายพิพม์นิ้วมือนั้นหาจำต้องมีขอ้ความเขียนบอกไว้ให้ชัดเจนว่าได้รับรองลายพิพม์นิ้วมือด้วยเพียงแต่ในพินัยกรรมมีลายพิมพ์นิ้วมือผู้ให้ แล้วมีพยาน 2 คนลงรวมกำกับรับรองไว้ ก็เพียงพอแล้ว โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันทำพินัยกรรมปลอมจึงขอให้ทำลาย จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ใช่พินัยกรรมปลอมส่งพินัยกรรมเป็นพยานต่อศาล โจทก์ยืนยันว่าพินัยกรรมนั้นปลอม แต่จะทำปลอมอย่างไร ไม่กล่า และงดไม่สืบพยาน ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าพินักรรมนั้นไม่มีอะไรชำรุดบกพร่อง หากแต่มีอะไรเกินเลยหรือทำให้เป็นที่น่าสงสัยได้บ้างเท่านั้น ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบตามข้ออ้าง เมื่อโจทก์ไม่สืบให้เห็นว่ามีพิรุธเสียหายปลอมแปลงอย่างไร ตรงไหน ให้เป็นที่แน่นอน ศาลก็ยากที่จะฟังว่าปลอมได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.9 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1665

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของทีนาโดยรับมรดกจากบิดา จำเลยได้สมคบกันทำพินัยกรรมปลอมขึ้นเพื่อแย่งเอาที่นาของโจทก์ไปให้จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยได้บุกรุกเข้าไปทำนา จึงให้บงคับออกจากที่ และทำลายพินัยกรรม จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของนายโสภา ๆ ได้ทำพินัยกรรมยกให้จำเลย ไม่ใช่พินัยกรรมปลอม ปรากฏตามรายงานพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้อ้างและส่งพินัยกรรมฉบับหนึ่งต่อศาล ศาลตรวจดูและถามโจทก์แล้ว โจทก์ไม่คัดค้านในการอ้าง แต่โจทก์ว่าพินัยกรรมที่จำเลยส่งนั้น พวกจำเลยได้สมคบกันทำปลอมขึ้น จะทำปลอมอย่างไร โจทก์ไม่กล่าและงดสืบพยานขอให้ศาลวินิจฉัย พินัยกรรมฉบัยนี้ มีลายพิพม์นิ้วมือของนายโสภา ภูทองเทียน ผู้ให้ มีพยาน๒ คนลงชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือคือ นายโอม ภูกว้าง และสามีนางกว้างผู้รับพินัยกรรมและมีลายมือชื่อนายปน ภูบาสี ลงชื่อเป็นพยานให้ ลายพิพม์นิ้วมือของนายโสภา ภูทองเทียน และปรากฏว่าในช่องผู้รับมอบพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรมและผู้เขียน มีคำว่านายโสภา ภูทองเทียน นายกว้าง สีสุทัด และนายทอง สมุร์ ณ กาฬสินธ์ ซึ่งนายทองสมุทรเป็นผู้เขียนโดยตลอด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ทำบายพินัยกรม และให้จำเลยออกจากที่พิพาท ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะปรากฏว่า ในช่องผู้มอบพินัยกรรม ผู้รับพินัยกรรม และผู้เขียน นายทองสมุทรเป็นผู้เขียนโดยตลอด ก็อาจจะเขียนลงไว้ให้ทราบว่า ในช่องที่มีลายนิ้วมือสีเหลืองนั้น เป็นลายพิมพ์นิ้วมือของใครก็ได้ จึงได้เขียนกำกับเอาไว้ ซึ่งเขียนลงไว้หรือไม่เขียนไม่สำคัญ เพราะมีลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรม และมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือนั้นไว้แล้ว แต่พยาน ๒ คนที่รับรองลายพิมพ์นิ้วมือนี้ คนหนึ่งเป็นสามีนางกว้าง ผู้รับพินัยกรรม จึงคงเหลือพยานแต่นายโฮม ภูกว้าง คนเดียว จึงพิพากษายืน ศาลฎีกาได้ตรวจพินัยกรรมที่อ้างแล้ว เห็นว่าเมื่อพิเคราะห์โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ในเบื้องต้นจะว่าไม่บริบูรณ์ไม่ได้ เมื่อพินัยกรรมซึ่งปรากฏโดยเฉพาะไม่มีอะไรชำรุดบกพร่อง หากแต่มีอะไรเกินเลยหรือทำให้เป็นที่สงสัยได้บ้างเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จำต้องรับฟังไว้ก่อน เมื่อโจทก์ว่าปลอมก็เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบตามข้ออ้างของตน เมื่อโจทก์ไม่สืบให้เห็นว่ามีพิรุธเสียหายปลอมแปลงอย่างไร ตรงไหน ให้เป็นที่แน่นอน ศาลก็ยากที่จะฟังว่าปลอมได้ ที่ศาลล่างว่า ลายเขียนในช่องผู้ให้ ผู้รับและพยานไม่เหมือนกับข้อความอื่นในพินัยกรรมนั้น ศาลอุทธรณ์ก็ได้ชี้แจงอธิบายเหตุผลไว้แล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ทั้งพินัยกรรมก็มีลายพิพม์นิ้วมือปรากฏอยู่ และมีผู้เป็นพยานรับรองด้ว ลายพิพม์นิ้วมือแม้จะไม่ชัดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะพึงถือได้ว่าปลอม ส่วนข้อที่ศาลอุทธรณ์ว่า พยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ คงเหลือแต่นายโอมคนเดียว ไม่พึงเอานายปุ่นมารวมเป็นพยานรับรองลายพิพม์นิ้วมือรวมกับนายโฮมนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย เพราะในการรับรองลายพิพม์นิ้วมือ หาจำต้องมีข้อควมเขียนบอกไว้ให้ชัดเจนเช่นนั้นด้วยไม่ ว่าได้รับรองลายพิมพ์นิ้วมือด้วย เพียงแต่พินัยกรรมมีลายพิมพ์นิ่วมือผู้ให้ แล้วมีพยาน ๒ คนลงรวมกันกำกับรับรองไ้ก็เพียงพอแล้ว จึงเห็นว่า พินัยกรรมมีพยานถูกต้องแล้ว จึงเห็นว่า พินัยกรรมมีพยานถูกต้องแล้ว จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 732/2493 นายอ่อนสี ภูผิวดำ โจทก์ นางกว้าง ศรีสุทัศน์ นายพิมพ์ ศรีสุทัศน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอ่อนสี ภูผิวดำ · จำเลย - นางกว้าง ศรีสุทัศน์ นายพิมพ์ ศรีสุทัศน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายพันธุ์ นัยวิทิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประดิษฐ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 6542/2552ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 359/2521ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 174/2520ฎีกา 5252/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา