⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1076/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เช่าเดิมมีสิทธิครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อไปได้ แม้ผู้เช่าเดิมจะย้ายออกไปแล้ว หากผู้ที่อยู่เดิมเป็นบริวารของผู้เช่าเดิมและยังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าอยู่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์อ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ให้นางสาวสมศรีเช่าบ้านอยู่โดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่า บัดนี้นางสาวสมศรีได้สมรสกับนายจรินทร์เง่าสะขะราษฎร และไม่มีตัวอยู่ในบ้านเช่าของโจทก์ คงมีแต่จำเลยและบริวารอยู่ในบ้านเช่าโดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดโจทก์ได้บอกกล่าวว่า ถ้าหากจะอยู่ในบ้านเช่านี้ต่อไป ก็ขอให้มาทำสัญญาเช่าใหม่ หรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้าน จำเลยก็เพิกเฉยเสียและขืนอยู่ตลอดมาจนบัดนี้ เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นมารดานางสมศรีได้อยู่กับนางสมศรีในฐานะเป็นบริวาร โจทก์หามีอำนาจฟ้องไม่ เพราะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ โจทก์จำเลยรับกันว่า ก่อนนางสมศรีแต่งงาน จำเลยซึ่งเป็นมารดาของนางสมศรีได้อยู่ร่วมในบ้านเช่ารายนี้ กับนางสมศรี ๆ เช่าบ้านนี้มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นของหม่อมเจ้ารุจิยากร ต่อมาหม่อมเจ้ารุจิยากรได้ขายให้โจทก์ ๆ ก็มาเก็บค่าเช่าจากนางสมศรี ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทย์ฟ้องหาว่าจำเลยอยู่ในบ้านของโจทก์โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์แต่โจทก์ได้แถลงรับว่า ความจริงจำเลยเป็นมารดานางสมศรีและได้อยู่ร่วมในบ้านรายพิพาทกับนางสมศรี ๆ ได้เช่าบ้านรายนี้มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นของเจ้าของคนก่อน กล่าวสั้น ๆ ก็ว่าจำเลยอยู่โดยอาศัยสิทธิที่นางสมศรีบุตรีได้เช่าโจทก์อยู่ หาใช่อยู่โดยละเมิดต่อโจทก์ดังที่โจทก์ฟ้องไม่ ที่โจทก์ฟ้องหาว่านางสมศรีผู้เช่าไม่มีตัวอยู่ในนี้โจทก์ได้แถลงรับแล้วว่า ได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าถึงนางสมศรีที่บ้านรายพิพาท แต่ไม่มีผู้รับและได้ส่งไปที่บ้านสามีของนางสมศรี หนังสือนั้นเจ้าพนักงานไปรษณีย์ส่งกลับคืนมา จึงไม่จำเป็นจะต้องฟังข้อเท็จจริงดั่งที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494 นางบุญล้อม น้อยประยูร โจทก์ นางเสียง สัทธาพงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญล้อม น้อยประยูร · จำเลย - นางเสียง สัทธาพงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย จึงเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา