⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1368/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สามีมีอำนาจจัดการสินสมรสอันเป็นกรรมสิทธิ์ของภรรยา และมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ตามกฎหมาย 2. ผู้เช่าต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ให้เช่า หากการผิดสัญญาของผู้เช่าทำให้ผู้ให้เช่าผิดสัญญาและถูกผู้ซื้อปรับ

ย่อคำพิพากษา

สามีเอาบ้านของภรรยาอันเป็นสินบริคณห์ ไปให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยนั้น ต้องถือว่าสามีเป็นผู้จัดการตามอำนาจของกฎหมาย ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1468 ฉะนั้น เมื่อภรรยาผู้เป็นเจ้าของได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ให้เข้าอยู่ในบ้านเช่านั้นได้ ก็เท่ากับสสามีผู้มีอำนาจจัดการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ให้เข้าอยู่ด้วย สามีจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มาตรา16 (6) ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าบ้านกับผู้เช่า ให้ผู้เช่าออกจากบ้านไปภายในกำหนดและยังบอกกล่าวไปชัดแจ้งว่าถ้าผู้ให้เช่าเข้าบ้านเช่านี้นตามกำหนดไม่ได้ ก็จะทำให้ผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่ทำสัญญาซื้อขายกันแล้ว ให้แก่ผู้ซื้อได้ตามกำหนดและจะถูกผู้ซื้อปรับเป็นรายวัน ดังนี้ ถือได้ว่าผู้เช่าได้ทราบความเสียหายเป็นพิเศษของผู้ให้เช่าแล้ว ถ้าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ออกจากบ้านเช่าภายในกำหนด ทำให้ผู้ให้เช่าผิดสัญญากับผู้ซื้อและถูกผู้ซื้อปรับเอาเท่าใด ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิเรียกเอาจากผู้เช่าได้เท่าจำนวนที่เสียไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1468 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าบ้านของโจทก์ภายหลังภรรยาโจทก์ขายบ้านตำบลคลองเตยให้ผู้อื่น และภรรยาโจทก์ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ ขอเข้าอยู่บ้านที่จำเลยเช่านี้ คณะกรรมการได้อนุญาตแล้วแต่จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่จำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ที่ถูกปรับเพราะส่งมอบบ้านที่ขายแก่ผู้ซื้อไม่ได้ ศาลแพ่งพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร กับให้ใช้ค่าเสียหายตามขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เป็นผู้ให้จำเลยเช่าบ้านแต่ภรรยาโจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ จึงไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ มาตรา ๑๖ ข้อ ๖ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยคัดค้านและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ภรรยาโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาเช่า โจทก์ผู้ให้เช่าไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ฯลฯ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เนื่องจากภรรยาโจทก์เคยให้จำเลยเช่าบ้านรายพิพาทมาแล้ว และคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ยอมรับว่าภรรยาโจทก์เป็นเจ้าของบ้านพิพาท และอนุญาตให้ภรรยาโจทก์เข้าอยู่ในบ้านพิพาทได้ จึงต้องฟังว่าบ้านพิพาทเป็นของภรรยาโจทก์ การที่ภรรยาโจทก์ยินยอมให้โจทก์ทำสัญญาเช่ากับจำเลย ต้องถือว่าบ้านพิพาทเป็นสินบริคณห์ ซึ่งโจทก์เป็นผู้มีอำนาจจัดการตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๖๘ ต้องฟังว่าโจทก์เป็นผู้จัดการให้เช่าแทนภรรยาโจทก์ตามอำนาจของกฎหมาย เมื่อภรรยาโจทก์ผู้เป็นเจ้าของได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ให้เข้าอยู่ในบ้านพิพาทได้ ก็เท่ากับโจทก์ ผู้มีอำนาจจัดการได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ฯลฯ ให้เข้าอยู่ด้วย โจทก์จึ่งมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มาตรา ๑๖ (๖) ส่วนค่าปรับ หรือค่าเสียหายที่ภรรยาโจทก์ต้องใช้แก่ผู้ซื้อเพราะภรรยาโจทก์ส่งมอบที่ที่ขายแก่เขาไม่ได้นั้น ก็ได้มีข้อความชัดในหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาแล้ว จึงต้องฟังว่าจำเลยได้ทราบความเสียหายเป็นพิเศษของโจทก์และภรรยาแล้ว จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2494 นายสถาพร เหรียญสุวรรณ โจทก์ นายหรุ่น รองรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสถาพร เหรียญสุวรรณ · จำเลย - นายหรุ่น รองรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงพิชัยบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4192/2536ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1170/2505ฎีกา 86/2501ฎีกา 1593/2524ฎีกา 6848/2540ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 286/2499ฎีกา 2160/2518ฎีกา 426/2501ฎีกา 374/2510ฎีกา 1376/2512ฎีกา 41/2538ฎีกา 120/2506ฎีกา 2846/2522ฎีกา 427/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา