⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 156/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2494

ย่อคำพิพากษา

ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นกับผู้กระทำผิด จึงให้ยกฟ้อง แต่วินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยเคยเชิดผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนทำให้ผู้เสียหายเข้าใจผิด จำเลยจึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายเสมือนผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนของจำเลยพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ฟังว่า ผู้กระทำผิดเป็นตัวแทนนี้ เป็นการวินิจฉัยคดีเฉพาะในส่วนแพ่งโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีอาญาแต่อย่างใดศาลสูงจึงไม่จำเป็นจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาในเรื่องตัวแทนนี้ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันฉ้อโกงโจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๔,๓๐๕,๓๐๖( ๓ ), ๓๑๔ กับให้ใช้เงิน ๔๔๙๐ บาทและดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง คงประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑, - ๒, -๓, และในชั้นพิจารณาส่งหมายให้จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ โจทก์จึงขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ คงขอให้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๒ - ๓ เท่านั้น ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยาน้อยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้กระทำผิด แต่จำเลยที่ ๒ - ๓ ไม่รู้เห็นด้วยจำเลยที่ ๒ - ๓ จึงยังไม่ผิดทางอาญา แต่ในทางแพ่งจำเลยปล่อยให้จำเลยที่ ๑ ผู้เป็นภรรยาน้อยไปติดต่อค้าขายกล่าวอ้างทำการในนามของจำเลย ๆ ก็เคยรับรองการกระทำนั้น ๆ โจทก์จึงเชื่อถือจึงได้มอบเงินและทรัพย์สิ่งของให้ไปในคดีนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้รู้เห็นก็ต้องรับผิดตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๘๒๑ - ๘๒๒ จึงพิพากษายกฟ้องในทางอาญา แต่ให้จำเลยรับผิดใช้เงินโจทก์ ๔๐๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา (ในส่วนแพ่ง) ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๔๖ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงในส่วนอาญา ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวข้องในการที่นางประยูร ( จำเลยที่ ๑ ) ไปเอาเงินและให้คนไปรับเอาของคืนมา แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปอีกว่า จำเลยเคยปล่อยให้นางประยูรไปกล่าวอ้างทำการในนามของจำเลย และเคยรับรองการกระทำนั้น ๆ แม้จำเลยจะไม่ได้รู้เห็นในเรื่องนี้ จำเลยก็ต้องรับผิดดังว่านางประยูรเป็นตัวแทนของจำเลยนั้น ข้อนี้เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะคดีในส่วนแพ่งโดยตรง ซึ่งไม่เกี่ยวแก่คดีอาญาแต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงไม่จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา และเห็นว่าตามข้อเท็จจริง จะฟังว่านางประยูรเป็นตัวแทนของจำเลยในการที่เอาเงินของโจทก์ไป ไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในจำนวนเงิน ๔,๐๐๐ บาทตามที่ศาลล่างได้พิพากษามา ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2494 นายคำนวน พู่คนองศรี โจทก์ นางประยูร พรมจรรยา ที่ 1, นายตาด พรมจรรยา ที่ 2, นางตีบ พรมจรรยา ที่ 3, น.ส.ม้วย ที่ 4, น.ส.สวิง ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคำนวน พู่คนองศรี · ที่ - นางประยูร พรมจรรยา ที่ 1, นายตาด พรมจรรยา ที่ 2, นางตีบ พรมจรรยา · จำเลย - 3, น.ส.ม้วย ที่ 4, น.ส.สวิง ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1144-1146/2553ฎีกา 7032/2559ฎีกา 175/2520ฎีกา 1065/2499ฎีกา 2584/2527ฎีกา 9203/2554ฎีกา 6235/2551ฎีกา 7/2491ฎีกา 758/2519ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 1351/2567ฎีกา 2731/2522ฎีกา 4209/2533ฎีกา 728/2512ฎีกา 1552/2524ฎีกา 3813/2535ฎีกา 417/2533ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2532/2538ฎีกา 5677/2555ฎีกา 1917/2559ฎีกา 5735/2538ฎีกา 481/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา