คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1907/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. แผ่นดินเป็นผู้เสียหายในกรณีที่เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ที่รับมอบในนามคณะกรรมการอำเภอจากจังหวัด อัยการจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องมีการร้องทุกข์
2. อัยการมีอำนาจฟ้องขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานยักยอกได้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ปลัดอำเภอรับมอบเงินในนามคณะกรรมการอำเภอ จากจังหวัดแล้วยักยอกเสียนั้น ย่อมถือว่าแผ่นดินเป็นผู้เสียหาย ไม่จำเป็นต้องมีการร้องทุกข์อัยการก็ฟ้องได้
ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131 นั้น เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ อัยการโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 43
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือนตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 131 แต่ให้ยกคำขอที่ขอให้คืนราคาทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้คืนราคาทรัพย์ ดังนี้ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
การที่พยานโจทก์บางคนยังไม่ได้ให้การชั้นสอบสวนจำเลยและพยานอื่นแล้วนั้น เรียกไม่ได้ว่ามิได้มีการสอบสวนตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 120
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นข้าราชการตำแหน่งปลัดอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง มีหน้าที่รับเงินเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้านและแพทย์ประจำตำบลของอำเภอสิเกา ในนามคณะกรมการอำเภอครั้นเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๔๙๓ เวลากลางวัน จำเลยได้รับมอบเงินเดือนกำนันผู้ใหญ่บ้านและแพทย์ประจำตำบลประจำเดือนมีนาคม ๒๔๙๓ ของอำเภอสิเกา ในนามคณะกรมการอำเภอจำนวน ๒๐๗๖ บาท จากนางสันทัด ปรีชาหาญ ผู้ช่วยเสมียนตราจังหวัด เพื่อนำไปมอบแก่กรมการอำเภอสิเกา จ่ายแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ แล้วตั้งแต่วันดังกล่าว จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๔๙๓ เวลาใดไม่ปรากฎ จำเลยมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วย ก.ม.บังอาจทุจริตยักยอกเอาเงินจำนวนนี้ทั้งหมดไป เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย มิได้มอบให้แก่กรมการอำเภอ ตามหน้าที่ขอให้ลงโทษและให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๒๐๗๖ บาท แก่นายแส สวัสดิ์พงษ์นายอำเภอผู้เสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ ให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน ส่วนคำขอให้คืนหรือใช้เงินนั้น ให้ยกเพราะโจทก์ฟ้องจำเลยฐานทุจริตต่อหน้าที่ กรณีไม่เข้าตามมาตรา ๔๓ ป.ม.วิ.อาญา
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใชเงิน ๒๐๗๖ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรื่องการใช้ทรัพย์เท่านั้น จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ส่วนการที่พยานโจทก์เช่นนายบรรเทิงจิตต์ ยังไม่ได้ให้การชั้นสอบสวนนั้น เห็นว่า การที่พยานบางคนยังมิได้ให้การชั้นสอบสวนแต่ได้มีการสอบสวนจำเลยและพยานอื่นแล้วนั้น เรียกไม่ได้ว่ามิได้มีการสอบสวนตามมาตรา ๑๒๐ ป.ม.วิ.อาญา
ความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ อัยการโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้คืนหรือให้ราคาทรัพย์ได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๔๓ และคดีเช่นนี้แผ่นดินเป็นผู้เสียหาย นายอำเภอผู้รับผิดชอบในเงินรายนี้ มีอำนาจร้องแทนแผ่นดินได้ ฯลฯ
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1907/2494
อัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายชำ สุทธิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายชำ สุทธิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · นิติธรรมประกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง · นายยิ่งศักดิ์ กฤษณะจินดา - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา