⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 192/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย หากเกิดจากการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ย่อมไม่เป็นความผิด

ย่อคำพิพากษา

ชายหญิงได้เสียเป็นสามีภริยากันโดยได้เสียกันเอง มีบุตรด้วยกัน 1 คนแล้วเลิกกันหญิงไปมีสามีใหม่ ต่อมาชายพบหญิง อ้อนวอนหญิงให้กลับไปอยู่กินด้วยกันอีก หญิงไม่ยอม อ้อนวอนอยู่หลายครั้งหญิงก็ไม่ยอม ชายจึงใช้กำลังเข้าจับมือหญิงทั้ง 2 ข้างฉุดจะให้ไปกับตน และชักมีดปลายแหลมออกมาขู่จะแทงถ้าหญิงไม่ยอมไป หญิงจึงแย่งมีดนั้นได้ ชายยังคงจับมือหญิงอยู่อีกมือหนึ่ง แล้วจะแย่งมีดกลับคืน หญิงจึงแทงชายไป 1 ที ถูกที่เหนือนมซ้าย อยู่ได้อีกประเดี่ยวหนึ่ง ชายก็ถึงแก่ความตาย ดังนี้ย่อมถือว่าการกระทำของหญิงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ตายฉุดหญิงไปและไม่ให้แย่งมีดคืนเพราะถ้าแย่งมีดคืนไปได้ ผู้ตายอาจแทงหญิงก็ได้ จึงนับว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.50

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา๒๕๑ จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดโดยบรรดาลโทษะตามมาตรา ๕๕ พิพากษาว่าผิดตามมาตรา ๒๕๑-๕๕ จำคุก ๓ ปี ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นการป้องกันตัว พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีได้ความว่า จำเลยกับผู้ตายเคยเป็นสามีภริยากัน ๒ ปีโดยได้เสียกันเอง มิได้จดทะเบียนสมรสมีบุตรด้วยกันคนหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุราว ๒ เดือน จำเลยกับผู้ตายเลิกกัน จำเลยไปได้นายทีเป็นสามีใหม่ ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๘.๐๐ น.เศษ ผู้ตายพบกับจำเลยในตลาด ผู้ตายจึงชวนจำเลยกลับไปอยู่กินด้วยกันอีก จำเลยไม่ยอมครั้นเวลาจวน ๑๑.๐๐ น. จำเลยอุ้มบุตรไปที่บ้านนางสมทรงผู้ตายก็มาชวนอีก จำเลยไม่ยอม ผู้ตายกลับไปก่อน แล้วจำเลยอุ้มบุตรลงเรือนไปคนละทาง ไปได้สัก ๑๐ วา ผู้ตายวิ่งตามมาจับมือจำเลยทั้ง ๒ ข้างฉุดจะให้ไปกับผู้ตาย บุตรที่จำเลยอุ้มอยู่พลัดตกลงดิน ผู้ตายชักมีดปลายแหลมขู่จะแทง ถ้าไม่ยอมไปกับผู้ตาย จำเลยแย่งมีดนั้นมาได้ ผู้ตายยังคงจับมือจำเลยอยู่อีกมือหนึ่งเหนือนมซ้ายได้อีกประเดี๋ยวหนึ่งก็ถึงแก่ความตาย ได้ความดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ตายฉุดเอาจำเลยไป และไม่ให้แย่งเอามีดกลับคืน ถ้าผู้ตายแย่งมีดไปได้ อาจแทงจำเลยก็ได้ ทั้งขณะนั้นผู้ตายก็ยังคงจับมือจำเลยไว้ และจะแย่งมีดกลับคืนด้วยการที่จำเลยแทงผู้ตายขณะนั้น เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 192/2494 อัยการตราด โจทก์ นางเตี้ย จันจีบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการตราด · จำเลย - นางเตี้ย จันจีบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตราด - นายสอาด สุทธิเสวันต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1348/2496ฎีกา 143/2486ฎีกา 1337/2495ฎีกา 1442/2498ฎีกา 330/2491ฎีกา 1971/2492ฎีกา 731/2493ฎีกา 243/2493ฎีกา 177/2495ฎีกา 954/2490ฎีกา 969/2492ฎีกา 621/2494ฎีกา 837/2496ฎีกา 404/2497ฎีกา 481/2494ฎีกา 749/2486ฎีกา 1549/2498ฎีกา 548/2487ฎีกา 1240/2502ฎีกา 146/2488ฎีกา 619/2497ฎีกา 1958/2499ฎีกา 676/2491ฎีกา 494/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา