⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 330/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำรับของจำเลยที่อ้างว่าเป็นการป้องกันตัว ไม่ถือเป็นคำรับสารภาพตามฟ้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 176 และโจทก์ยังมีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย * ศาลจะรับฟังคำพยานในคดีอาญาอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เพื่อลงโทษจำเลยในคดีปัจจุบันไม่ได้ แม้โจทก์จำเลยจะตกลงกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คำรับของจำเลยที่รับว่า ได้ทำร้ายผู้เสียหายจริง แต่ได้ทำไปโดยการป้องกันตัวนั้น ถือว่าไม่ใช่คำรับสารภาพตามฟ้องตามที่กำหนดไว้ใน ป.ม.วิ.อาญา ม.176 จะฟังเอาคำรับของจำเลยแต่เพียงบางส่วนไปลงโทษจำเลยหาได้ไม่ โจทก์จึงคงมีหน้าที่ต้องนำสืบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 174 เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยควรรับโทษ ถ้าโจทก์ไม่สืบก็ต้องยกฟ้อง ในคดีอาญานั้น แม้โจทก์จำเลยตกลงอ้างและขอให้ศาลวินิจฉัยคดีตามคำให้การขอพะยานในคดีอาญาอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวเนื่องในกรณีเกียวกัน ศาลก็ไม่รับฟังคำพะยานเหล่านั้นเพื่อลงโทษจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้มีดฟันนายแสวงบาดเจ็บสาหัส ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๕๖ และเพิ่มโทษตามมาตรา๗๒ จำเลยให้การต่อสู้ว่า ฟันนายแสวงทีหนึ่งเพื่อป้องกันตัว และทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ในการพิจารณา โจทก์จำเลยตกลงแถลงขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีนี้ โดยถือเอาคำให้การพะยานที่ได้สืบมาแล้วในคดีแดงที่ ๑๖๖๗, ๑๖๖๘/๒๔๘๘ นั้น เป็นหลักวินิจฉัยต่อไป โดยโจทก์ขออ้างเอาคำให้การของนายยาว นายแสวงที่ให้การแล้วเป็นพะยาน และขอสืบนายแดง แพทย์ส่วนจำเลยจำเลยขอสืบนายแป๋งปากเดียว นอกนั้นขอถือเอาคำให้การของพะยานในสำนวนก่อนเป็นพะยาน เพราะเป็นมูลกรณีเดียวกัน เมื่อสืบพยานสองคนนั้นแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทำร้ายร่างกายนายแสวงจริงจึงพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญามาตรา ๒๕๖, ๗๒. ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลจะยกเอาคำพยานคดีเรื่องก่อนมาลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่ได้กระทำต่อหน้าจำเลยในคดีนี้ และแม้จะถือว่า จำเลยมีหน้าที่นำสืบในเรื่องป้องกัน พยานของจำเลยที่สืบเพียงปากเดียวนั้น โจทก์ไม่มีพยานหักล้างก็ต้องรับฟังว่าจำเลยได้ทำร้ายนายแสวงโดยเจตนาป้องกันทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรรับอาญา จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์จำเลยต่างนำสืบพยานบุคคลมาสืบแต่เพียงฝ่ายละ ๑ ปาก ซึ่งไม่มีน้ำหนักประการใด และเมื่อพะยานที่นำสืบเป็นเช่นนั้นแล้ว จะเชื่อเอาแต่เพียงคำพะยานในคดีอาญาของศาลจังหวัดนคราชสีมาแดงที่ ๑๖๖๗, ๑๖๖๘/๒๔๘๘ มาฟังว่าจำเลยกระทำผิดหาได้ไม่ จริงอยู่จำเลยให้การรับว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริง แต่จำเลยก็ได้ต่อสู้ว่าทำไปในการป้องกันตัว จึงไม่ใช่ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ดังที่กำหนดไว้ใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา๑๗๖ เพราะฟ้องของโจทก์มีความหมายว่าจำเลยได้กระทำความผิดอันควรต้องรับโทษตามกฎหมาย จะฟังเอาคำรับของจำเลยแต่เพียงบางส่วนไปลงโทษจำเลยหาได้ไม่ โจทก์จึงคงมีหน้าที่นำสืบตามที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๑๗๔ เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยควรรับโทษ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2491 พนักงานอัยยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นางคง คุ้มกระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นางคง คุ้มกระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ธรรมบัณฑิต · ประวัติ ปัตตพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายหรุ่น เกวิงโสภา · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1348/2496ฎีกา 143/2486ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1442/2498ฎีกา 1798/2550ฎีกา 264/2499ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 16889/2555ฎีกา 621/2494ฎีกา 404/2497ฎีกา 514/2486ฎีกา 481/2494ฎีกา 751/2464ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 799/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา