⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 215/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โอนที่ดินแก่โจทก์ ย่อมผูกพันคู่ความ แต่หากการโอนนั้นขัดต่อกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ศาลย่อมสั่งยกคำร้องที่ขอให้บังคับการตามคำพิพากษาได้.

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คือให้จำเลยโอนที่ดินสวนยางให้แก่โจทก์คดีถึงที่สุดแล้ว ภายหลังเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำโอนให้เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว หามีสิทธิ์ที่จะได้ที่ดินสวนยางตามจำนวน ที่กล่าวนั้นตาม พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินให้จัดการโอนให้โจทก์ตามคำพิพากษาดังนี้ โจทก์มีหน้าที่ต้องแสดงว่าโจทก์มีสิทธิ์ที่จะซื้อได้ตามกฎหมาย เมื่อศาลเห็นสมควรจึงจะแจ้งไปยังพนักงานที่ดินต่อไป เมื่อโจทก์ไม่แสดงและปรากฎว่าโจทก์ไม่มีอำนาจจะซื้อที่ดินเท่าจำนวนนั้น โดยกฎหมายห้ามไว้ชัดแจ้ง ศาลก็ย่อมสั่งยกคำร้องของโจทก์เสียได้ ไม่ถือว่าเป็นการขัดแย้งกับคำพิพากษา ผู้ครอบครองที่ดินอยู่ก่อนใช้ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. 2486 และยังได้ขอจดทะเบียนสิทธิ์การได้มาซึ่งที่ดินนั้นตามพ.ร.บ.ดังกล่าวนั้นด้วย เมื่อปรากฎว่าเป็นแต่เพียงครอบครองในฐานะเป็นผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น จะถือว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของที่นั้นหรือได้มาซึ่งที่นั้นโดยชอบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 ยังไม่ได้ การที่เจ้าพนักงานรับคำขอจดทะเบียนให้ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์มีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์ในที่นั้นจริง โจทก์จะมีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์อย่างไรย่อมเป็นไปตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์จำเลยต่างพิพาทกันเรื่องที่ดินสวนยางแปลงหนึ่ง เนื้อที่ประมาณ ๓๔๐ ไร่ ที่อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา แล้วต่อมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความ คือให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ คดีถึงที่สุดแล้วแต่พนักงานที่ดินไม่ยอมทำโอนที่พิพาทให้โจทก์เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว จำเลยจึงรองขอให้ศาลสั่งว่าสัญญาประนีประนอมที่ทำไว้เป็นโมฆะ ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลแจ้งไปยังหอทะเบียนที่ดิน ให้จัดการโอนที่ดินให้โจกท์ตามคำพิพากษา ถ้าจะลงชื่อโจทก์ในการรับโอนเป็นการไม่สดวก โจทก์ก็พร้อมที่จะจัดหาคนไทยมารับโอน ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว จำเลยไม่มีอำนาจที่จะมาร้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะ จึงให้ยกคำร้องของจำเลย ส่วนคำร้องของโจทก์ ปรากฎว่าเจ้าพนักงานไม่ยอมโอนให้ เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ที่ดินส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๘๖ ที่จะซื้อที่ดินเท่าจำนวนนี้ จึงยกคำร้องเสียเช่นเดียวกัน โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความคือให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว แต่ต่อมาได้สั่งยกคำร้องของโจทก์ที่จะขอให้แจ้งไปยังพนักงานที่ดินเพื่อโอนที่พิพาทให้โจทก์ตามคำพิพากษาเสียนั้น จะถือว่าเป็นการขัดแย้งกับคำพิพากษา ทำให้คำสั่งเป็นโมฆะดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่เพราะเมื่อศาลพิพากษาคดีไปอย่างไรแล้ว การที่จะปฏิบัติไปตามคำพิพากษาได้หรือไม่เพียงไรนั้น เป็นอีกส่วนหนึ่งทั้งเรื่องนี้ความจริงศาลชั้นต้นก็หาได้สั่งไม่ให้โอนที่พิพาทตามคำพิพากษาแต่อย่างใดไม่ เป็นแต่กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ขัดข้องอ้างว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์จึงมีหน้าทีต้องแสดงว่าโจทก์มีสิทธิ์จะซื้อได้ตามกฎหมาย ศาลเห็นสมควรจะได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ต่อไปดังนี้ต่างหาก ที่พิพาทเป็นสวนยางจัดเป็นที่ดินประกอบเกษตรกรรมมีเนื้อที่ ๒๔๑ ไร่เศษ ตามพ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว ๒๔๘๖ โจทก์หามีสิทธิ์จะได้มาตามจำนวนที่กล่าวนั้นไม่ ส่วนการที่โจทก์ครอบครองในฐานะเป็นผู้จะซื้อตามสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น จะถือว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทหรือได้มาซึ่งที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อนวันใช้ พ.ร.บ.ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐ ยังไม่ได้ การที่เจ้าพนักงานรับคำขอจดทะเบียนสิทธิ์ให้ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์มีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์ในที่นั้นจริง โจทก์จะมีสิทธิ์หรือกรรมสิทธิ์อย่างไรย่อมเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับที่โจทก์อ้างว่าจะจัดหาบุคคลอื่นมารับโอนแทนนั้นเป็นเรื่องนอกเหนือจากที่ประนีประนอมยอมความกันไว้ เมื่อจำเลยคัดค้านก็ไม่มีทางจะจัดการให้ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2494 นายปิชานซิงห์ โจทก์ นายกีบั้นจ้วน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปิชานซิงห์ · จำเลย - นายกีบั้นจ้วน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - พระนิติกฤตย์ประพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 181/2495ฎีกา 2274/2537ฎีกา 360/2502ฎีกา 1492/2528ฎีกา 1138/2529ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 560/2529ฎีกา 1591/2495ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา