⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 418/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดถือที่ดินแทนดอกเบี้ยเงินกู้จะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือได้โดยการบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนต่อไป หากเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือดังกล่าว จะต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทราบ

ย่อคำพิพากษา

การยึดถือที่ดินไว้ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้อันเป็นทางยึดถือแทนเจ้าของที่ดินนั้น อาจจะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ โดยบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนต่อไปก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นการถูกแย่งการครอบครอง เจ้าของที่ดินจะต้องฟ้องเสียภายใน 1 ปี นับแต่ได้รับบอกกล่าวให้ทราบเช่นนั้น สามีผู้ยึดถือที่ดินของผู้อื่นในฐานะยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ได้เอาที่ดินนั้นโอนทะเบียนยกให้ภรรยาของตนเสีย โดยเจ้าของที่ดินไม่ทราบ จนเมื่อเจ้าของที่ดินมาขอไถ่ที่ดินคืน จึงทราบเช่นนี้ เจ้าของที่ดินยังมีสิทธิฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทราบ โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1375 เช่นนี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่นำสืบว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องอ้างว่า ได้กู้เงินนายดัดสามีจำเลยมา ๑๐๐ บา มอบนาพิพาทมือเปล่าให้นายดัดทำต่างดอกเบี้ย ภายหลังนายดัดลักลอบไปทำสัญญาต่ออำเภอยกให้จำเลย โดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอม โจทก์เพิ่งทราบภายหลัง ได้ขอไถ่คืน นายดัดและจำเลยไม่ยอม ต่อมานายดัดตายจำเลยคงไม่ยอมให้ไถ่ จึงขอให้ศาลเพิกถอนสัญญายกให้เสีย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ขายนาพิพาทขายขาดให้แก่นายดัดหลายปีแล้ว และต่อสู้ว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ๑ ปี ศาลชั้นต้นเชื่อข้อเท็จจริงตามคำพะยานโจทก์ จึงเห็นว่าจำเลยเข้าครอบครองนาพิพาทโดยอาศัยสิทธิทำนาต่างดอกเบี้ย ไม่ใช่สิทธิแย่งการครอบครอง จึงพิพากษา ให้โจทก์ชะนะ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีขาดอายุความตามป.พ.พ.ม.๑๓๗๕ วรรคท้ายพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การยึดถือที่ดินไว้ทำกินต่างดอกเบี้ยนั้น อาจจะเปลี่ยนลักษณะการการยึดถือโดยบอกกล่าวไม่เจตนาจะยึดถือแทนต่อไปได้ หากเป็นเช่นนั้นแล้วก็ย่อมถือได้ว่า เป็นการถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จะต้องฟ้องเสียภายใน ๑ ปี นับแต่ได้รับบอกกล่าวให้ทราบเช่นนั้น คดีนี้ เมื่อนายดัดทำสัญญาต่อำเภอยกที่ให้จำเลยนั้นโจทก์ไม่ทราบ นายดัดหรือจำเลยก็ไม่ได้บอกกล่าวให้โจทก์ทราบแต่อย่างไร ปรากฎว่าโจทก์เพิ่งทราบเมื่อโจทก์ไปขอไถ่นารายนี้คืนจากนายดัด ๆ ไม่ยอมให้ไถ่อ้างว่า ยกนาให้จำเลยแล้ว โจทก์ว่ไปขอไถ่เมื่อเดือน ๔ ขึ้นแรมไม่ปรากฎ พ.ศ.๒๔๙๒ โจทก์มาฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๔๙๓ ตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ คดีจึงยังฟังเอาเป็นแน่ไม่ได้ว่าโจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่เมื่อทราบว่า ถูกแย่งการครอบครอง อีกประการหนึ่งข้อหาที่ว่าโจทก์ฟ้องเกิน ๑ ปี หรือไม่นี้ จำเลยเป็นฝ่ายอ้าง จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบแต่ก็สืบไม่ได้ความแน่นอน คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความฟ้องร้อง แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการกู้เงินให้นายพิพาททำกินต่างดอกเบี้ยหรือขายขาดกันจึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยย้อนสำนวนไปให้ชี้ขาดข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2494 นายเกิด อวบสันเทียะ โจทก์ นางตุ้ม อำสันเทียะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเกิด อวบสันเทียะ · จำเลย - นางตุ้ม อำสันเทียะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 464/2497ฎีกา 1280/2492ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2938/2519ฎีกา 70/2518ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา