⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 647/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2494

ย่อคำพิพากษา

ป.ม.แพ่งฯมาตรา 563 ที่ให้นับอายุความแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่านั้น หมายถึงการส่งคืนอย่างแท้จริง ถ้าผู้เช่าส่งคืน แต่ผู้ให้เช่าไม่รับโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันชอบ ก็อาจถือว่าเป็นการส่งคืนแล้วได้แต่ผู้เช่าเพียงแต่มีหนังสือขอส่งคืน ผู้ให้เช่ายังขัดข้องและผู้เช่าก็ยังคงครอบครองดูแลทรัพย์สินที่เช่าอยู่ต่อมาเพิ่งจะส่งมอบแก่ผู้ให้เช่าในภายหลัง เช่นนี้ ต้องถือว่ามีการส่งคืนกันในภายหลังนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.563

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายจากจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยเช่าเรือนของโจทก์ แล้วค้างค่าเช่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน ค่าเช่าเดือนละ ๒๕๐ บาทรวมเป็นเงิน ๑๐๐๐ บาทและจำเลยได้ส่งเรือนคืนโจทก์ ได้รับเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๔๙๐ แต่ประกอบของเรือนได้ถูกทำลายศูนย์หายผิดสภาพเดิมไปหลายอย่าง คิดเป็นเงิน ๔๔๓๔๑ บาท จำเลยต่อสู้ว่า ได้เลิกสัญญาและส่งทรัพย์ที่เช่าคืนตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๐ คดีของโจทก์ขาดอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๖๕๓ แล้วกับต่อสู้อย่างอื่น ๆ อีกมาก ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๓-๔ ใช้เงินให้โจทก์ ๓๐๘๗๕ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิด โจทก์และจำเลยที่ ๑-๓-๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ป.ม.แพ่ง ฯมาตรา ๕๖๓ บัญญัติให้นับอายุความแต่วันส่งทรัพย์สินที่เช่าคืน ไม่ใช่วันรับคืน จึงต้องนับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๐ ของโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๕๖๓ ที่ให้นับอายุความแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่านั้นหมายถึงการส่งคืนอย่างแท้จริง ถ้าจำเลยส่งคืน แต่โจทก์ไม่รับโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันชอบ ก็อาจถือว่าเป็นการส่งคืนแล้วได้ แต่การติดต่อและการปฏิบัติระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้จะถือว่าวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๐ เป็นวันส่งคืนตามมาตรา ๕๖๓ ยังไม่ได้ เพราะฝ่ายจำเลยยังหาได้จัดการส่งคืนอย่างจริงจังไม่ เพิ่งมาส่งคืนกันต่อเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๔๙๐ อายุความจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๔๙๐ คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2494 นางสอาง สุรวดี โจทก์ กรมยุทธโยธาทหารบก (โดย พ.อ.สนิท สนิทสรไกร) ที่1, พันเอกบุรเชิด บุญ ชาติที่ 2 กรมพลาธิการทหารบก (โดยพล ต.จอน บุรณะสงครามเป็นเจ้ากรม)ที่ 3 ,กระทรวงกลาโหม(โดยหลวงชาตินักรบเป็น ร.ม.ต.) ที่4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสอาง สุรวดี · บุญ - กรมยุทธโยธาทหารบก (โดย พ.อ.สนิท สนิทสรไกร) ที่1, พันเอกบุรเชิด · 3 - ชาติที่ 2 กรมพลาธิการทหารบก (โดยพล ต.จอน บุรณะสงครามเป็นเจ้ากรม)ที่ · จำเลย - ,กระทรวงกลาโหม(โดยหลวงชาตินักรบเป็น ร.ม.ต.) ที่4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงพิชัยบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1068/2534ฎีกา 2178/2526ฎีกา 4644/2549ฎีกา 1896/2493ฎีกา 7463/2553ฎีกา 3745/2526ฎีกา 368/2549ฎีกา 375/2494ฎีกา 2978/2541ฎีกา 2805/2540ฎีกา 8365/2538ฎีกา 1181/2541ฎีกา 1585/2517ฎีกา 2548/2537ฎีกา 5932/2538ฎีกา 6734/2553ฎีกา 91/2512ฎีกา 3642/2542ฎีกา 3564/2543ฎีกา 6159/2551ฎีกา 8879/2547ฎีกา 3705/2528ฎีกา 1255/2537ฎีกา 9335/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา