⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1585/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2517

ป.พ.พ. ม.4, 164, 165 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.2, 4, 5 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าเสียหายจากการที่เจ้าของทรัพย์สินขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินนั้นเนื่องจากการกระทำผิดสัญญาของอีกฝ่าย ถือเป็นค่าเสียหายโดยตรงที่ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบ

ย่อคำพิพากษา

ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ขาดประโยชน์ที่เอารถไปให้ผู้อื่นเช่าไม่ได้มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 164 ส่วนค่าเสียหายจากการที่จำเลยใช้รถชำรุดบุบสลายมีอายุความ 6 เดือน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 563 จะนำอายุความตามมาตรา 164 ซึ่งเป็นบททั่วไปมาใช้บังคับไม่ได้ แม้จำเลยยกอายุความตามมาตรา 165 มีกำหนด 2 ปีขึ้นต่อสู้ แต่ในคดีแพ่งเพียงจำเลยยกอายุความขึ้นตัดฟ้อง การจะปรับบทมาตราใด เป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี โจทก์มีรถไว้ให้เช่า การที่รถอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดเวลาที่จำเลยผิดนัด โจทก์ใช้ประโยชน์ในทรัพย์นั้นไม่ได้ ยิ่งเห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์ย่อมเสียหายขาดประโยชน์ที่จะพึงได้จากการให้เช่าทรัพย์นั้น มิใช่ความเสียหายพิเศษซึ่งจำเลยไม่อาจคาดเห็นล่วงหน้าจำเลยจึงต้องรับผิดในค่าเสียหายนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.562 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.563 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.5 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ไป ๕ คัน จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อตามสัญญาทั้งสองฉบับจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์จึงเลิกสัญญากับจำเลยตั้งแต่จำเลยผิดนัด จำเลยมีหน้าที่จะต้องส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์ตามสัญญาแต่จำเลยไม่ส่งมอบคืน พึ่งจะมาส่งคืนในภายหลังทำให้โจทก์เสียหายขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการเอารถออกให้เช่า ๕ คัน เป็นเงิน ๒๗๐,๖๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเป็นเงิน ๔๓,๙๗๒.๕๐ บาท รถที่จำเลยคืนทั้ง ๕ คันชำรุดทรุดโทรมเสื่อมราคา เนื่องจากจำเลยไม่ได้ใช้ด้วยความระมัดระวังเช่นวิญญูชนและไม่บำรุงรักษาซ่อมแซมได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๖๕,๕๐๐ บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว จำเลยไม่ชำระจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง โจทก์กำหนดเอาเองแต่ฝ่ายเดียวและเป็นจำนวนสูง เมื่อโจทก์รับรถคืนไปรถทั้ง ๕ คันอยู่ในสภาพเรียบร้อย ค่าเสียหายที่โจทก์อ้างว่าควรจะได้จากการเอารถให้คนอื่นเช่าเป็นค่าเสียหายพิเศษตามสัญญาเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่ได้ระบุไว้ให้โจทก์เรียกได้เป็นค่าเสียหายที่โจทก์กำหนดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการเรียกค่าเช่าซื้อที่ติดค้าง เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จำเลยไม่ต้องรับผิดหนี้ที่โจทก์ฟ้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ตามสัญญาค้ำประกันไม่ได้ระบุให้โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเท่ากับที่โจทก์เอารถให้คนอื่นเช่า และเป็นค่าเสียหายกรณีพิเศษ โจทก์เรียกร้องเอาจากจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องไม่มีหลักเกณฑ์และขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕ จำเลยไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ โจทก์ได้รับความเสียหายเนื่องจากขาดประโยชน์ในการใช้ทรัพย์ในระหว่างที่จำเลยผิดนัดและได้ครอบครองรถทั้ง ๕ คันไว้ กำหนดค่าเสียหายให้คันละ ๕,๐๐๐ บาทต่อหนึ่งเดือน กับค่าเสื่อมราคาคันละ ๒,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงินรวม ๙๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งในต้นเงินตั้งแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการให้เช่ารถ ในระหว่างที่รถอยู่ในความครอบครองของจำเลยผู้เช่าซื้อหลังจากที่สัญญาเช่าซื้อได้เลิกไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรค ๓ และค่าเสียหายดังกล่าวโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกร้องได้ภายในอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ สิทธิเรียกร้องฐานนี้ยังไม่ขาดอายุความ ที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้เป็นการเหมาะสมแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยในค่าเสียหายตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๑๐ เป็นต้นไป เป็นการเกินคำขอ เพราะโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ ส่วนค่าเสียหายเนื่องจากรถของโจทก์ชำรุดทรุดโทรมเสื่อมราคาเพราะจำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังเช่นวิญญูชนและไม่บำรุงรักษาซ่อมแซม เป็นการเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการใช้รถโดยไม่ชอบ ตามมาตรา ๕๖๒ แต่มาตรา ๕๖๓ ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๖ เดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า โจทก์ยึดรถคืนมาเกินกว่า ๖ เดือนแล้ว สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ในค่าเสียหายนี้จึงขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยในค่าเสียหายนับแต่วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ จนกว่าจะชำระค่าเสียหายเสร็จส่วนค่าเสียหายเนื่องจากรถโจทก์เสื่อมราคาให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาว่า ค่าเสียหายในการที่รถชำรุดเสียหาย จำเลยมิได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ที่ศาลอุทธรณ์ยกอายุความ ๖ เดือน ตามมาตรา ๕๖๓ ขึ้นปรับแก่คดีโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบต้องใช้อายุความตามมาตรา ๑๖๔มีกำหนด ๑๐ ปี คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า มูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องมีอายุความเพียง ๒ ปี ตามมาตรา ๑๖๕(๖) คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว และค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ที่โจทก์เอารถออกให้เช่าไม่ได้เป็นค่าเสียหายพิเศษโจทก์เรียกเอาจากจำเลยไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยได้ยกอายุความขึ้นต่อสู้ตัดฟ้องโจทก์ไว้แล้วค่าเสียหายจากการที่โจทก์ขาดประโยชน์ที่เอารถไปให้ผู้อื่นเช่าไม่ได้ มีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ ส่วนค่าเสียหายที่รถชำรุดทรุดโทรมเสื่อมราคานอกเหนือจากการที่จำเลยใช้รถนั้นโดยชอบต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลมและอยู่ในบังคับอายุความ ๖ เดือนตามมาตรา ๕๖๓ จะนำอายุความมาตรา ๑๖๔ เป็นบททั่วไปมาใช้บังคับไม่ได้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในกรณีความชำรุดบุบสลายนี้เกินกำหนด ๖ เดือน คดีโจทก์ในมูลหนี้ส่วนนี้จึงขาดอายุความแล้ว แม้จำเลยจะยกอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ มีกำหนด ๒ ปีขึ้นต่อสู้แต่ในคดีแพ่งเพียงจำเลยยกอายุความขึ้นตัดฟ้องการจะปรับบทมาตราใดเป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี ที่จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายในการที่โจทก์เอารถออกให้เช่าไม่ได้เป็นค่าเสียหายพิเศษจำเลยไม่อาจคาดเห็นล่วงหน้าโจทก์เรียกเอาจากจำเลยไม่ได้ ตามมาตรา ๒๒๒ เห็นว่า รถโจทก์มีไว้ให้เช่า การที่รถอยู่ในความครอบครองของจำเลยตลอดเวลาที่จำเลยผิดนัด โจทก์ใช้ประโยชน์ในทรัพย์นั้นไม่ได้จึงเห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์ย่อมเสียหายขาดประโยชน์ที่จะพึงได้จากการให้เช่าทรัพย์นั้นมิใช่ความเสียหายพิเศษ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1585/2517 บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายปรีชา พรประภา นายประเสริฐ ลีลาศเจริญ กรรมการ โจทก์ นายสุมน สุมนเตมีย์ ที่ 1 นายเฮาะ แซ่อึ้ง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความพรประภา - บริษัทสยามกลการ จำกัด โดยนายปรีชา · โจทก์ - นายประเสริฐ ลีลาศเจริญ กรรมการ · จำเลย - นายสุมน สุมนเตมีย์ ที่ 1 นายเฮาะ แซ่อึ้ง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · สุธรรม วรรณแสง · สงวน สิทธิไชย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสนิท อังศุสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ขอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1452/2511ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 8801/2550ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1083/2540ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 1531/2526ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 9571/2544ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 2752/2522ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา