⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3646/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชอบชดใช้ค่าเช่าซื้อส่วนที่ยังขาดอยู่เมื่อรถยนต์สูญหาย ถือเป็นข้อสัญญารับใช้ค่าเสียหาย ไม่ใช่การฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อ จึงมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อที่ตกลงไว้ว่าถ้า รถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายในระหว่างสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเช่าซื้อจำนวนที่ยังขาดอยู่ให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ และในกรณีนี้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดระงับลงนั้นเป็นความตกลงที่ผู้เช่าซื้อยอมรับผิดในเหตุที่รถยนต์สูญหาย ซึ่งข้อตกลงเช่นนี้เป็นข้อสัญญารับใช้ค่าเสียหาย แม้จะเรียกว่าค่าเช่าซื้อ กรณีก็มิใช่การฟ้องเรียกเอาค่าเช่าซื้ออันมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(6)แต่เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้ จึงต้องใช้อายุความ10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 164.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ตกลงผ่อนชำระ 37 งวด หากผิดนัดสองงวดติดกันถือว่าสัญญาสิ้นสุดโดยไม่จำต้องบอกกล่าว และในกรณีรถยนต์สูญหายหรือเสียหายก็ให้สัญญาเป็นอันสิ้นสุดระงับลง จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชดใช้ค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ให้โจทก์จนครบโดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์แล้วบางส่วนต่อมารถยนต์ที่เช่าซื้อได้หายไป จำเลยที่ 1 ยังคงค้างชำระค่าเช่าซื้ออยู่อีก 35,725 บาท โจทก์ทวงถามจำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การทำนองเดียวกัน ต่อสู้คดีหลายประการและว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นเรื่องคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เพียงประเด็นเดียว หากคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ จำเลยทั้งสามยอมแพ้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า กรณีเป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืนมีอายุความ 10 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 45,995 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีเป็นเรื่องการเรียกเอาค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ มีอายุความ 2 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้วพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ข้อ 13 ซึ่งแม้จะระบุไว้ว่า ถ้ารถยนต์ที่เช่าซื้อสูญหายในระหว่างสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเช่าซื้อจำนวนที่ยังขาดอยู่ให้แก่บริษัทก็ตามแต่ในข้อสัญญาดังกล่าวได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่า ในกรณีนี้สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดระงับลง ดังนั้นจึงไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อจากนั้นไปอีก ที่มีข้อสัญญาให้ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเช่าซื้อจำนวนที่ยังขาดนั้น ก็ไม่ทำให้สัญญานั้นไม่ระงับ เป็นแต่ความตกลงยอมรับผิดในเหตุที่รถยนต์สูญหาย ข้อตกลงเช่นนี้เป็นข้อสัญญารับใช้ค่าเสียหายนั่นเองแม้ในสัญญาจะเรียกว่าค่าเช่าซื้อก็ตาม กรณีจึงมิใช่การฟ้องเรียกเอาค่าเช่าซื้ออันมีกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6)และไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2530 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กมลสุโกศล จำกัด โจทก์ นายทรงยศ แสนมุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กมลสุโกศล จำกัด · จำเลย - นายทรงยศ แสนมุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1800/2511ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1561/2520ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1055/2492ฎีกา 2093/2532ฎีกา 991/2548ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 4432/2534ฎีกา 85/2540ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 2768/2519ฎีกา 156/2513ฎีกา 602/2490ฎีกา 746/2533ฎีกา 142/2535ฎีกา 19/2523ฎีกา 1060/2543ฎีกา 1361/2527ฎีกา 4211/2539ฎีกา 2384/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ