⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 816-817/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816-817/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เยาว์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีขอไถ่ถอนการขายฝากได้โดยลำพัง เมื่อได้รับความยินยอมจากบิดาแล้ว แม้บิดาจะทำสัญญาขายอสังหาริมทรัพย์ของผู้เยาว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล สัญญานั้นก็ไม่ผูกพันผู้เยาว์

ย่อคำพิพากษา

ผู้เยาว์เมื่อได้รับความยินยอมจากบิดาแล้ว ก็ย่อมเป็นโจทก์ฟ้องคดีขอไถ่ถอนการขายฝากจากผู้รับซื้อฝากได้โดยลำพังตนเอง บิดาและผู้เยาว์ทำสัญญาขายที่ดินของผู้เยาว์ ให้แก่ผู้ซื้อได้รับเงินมัดจำกันแล้วส่วนหนึ่งในวันนั้น ตกลงกันว่า เมื่อผู้เยาว์อายุครบ 20 ปี จะไปทำสัญญาโอนขายกันยังหอทะเบียนที่ดิน ดังนี้เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากศาลก่อน บิดาก็ไม่มีอำนาจทำสัญญาขายหรือจะขายอสังหาริมทรัพย์ของบุตรผู้เยาว์ได้ ฉะนั้นจึงไม่ผูกพันผู้เยาว์(อ้างฎีกาที่ 462/2488)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า นางสาวสุบินโจทก์บุตรนายมี มีกรรมสิทธิที่ดินโฉนดที่ ๒๒๖๔ นายมีในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของนางสาวสุบินผู้เยาว์ได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว ขายฝากที่ดินรายนี้ไว้กับนางขำจำเลยเป็นเงิน ๑๒๐๐ บาท ต่อมาอีกราม ๒ ปี นายมีนางสาวสุบินได้ทำสัญญาขายที่ดินแปลงนี้ให้กับนางขำเป็นเงิน ๔๐๐๐ บาท ได้รับเงินมัดจำจากนางขำไปวันนั้น เป็นเงิน ๒๘๐๐ บาทตกลงกันว่าเมื่อนางสาวสุบินอายุครบ ๒๐ ปี จะไปทำสัญญาโอนขายกันยังหอทะเบียนที่ดิน แต่การทำสัญญาขายที่ดินดังกล่าวหาได้ขออนุญาตต่อศาลไม่ บัดนี้นางสาวสุบินต้องการไถ่ถอนที่นา ซึ่งขายฝากไว้กับนางขำคืน จึงได้ฟ้องนางขำเป็นจำเลย ขอให้รับเงิน ๑๒๐๐ บาทและคืนนาให้โจทก์ และได้บอกล้างสัญญาขายดังกล่างแล้วทั้งนี้โดยนายมีบิดายินยอมอนุญาตให้ฟ้อง นางขำกลับเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวสุบินและนายมีอีกสำนวนหนึ่ง ขอบังคับให้ทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธิที่พิพาทให้นางขำตามสัญญา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาท มิได้รับอนุญาตจากศาลตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๔๖ จึงเป็นโมฆียะพิพากษาให้นางขำรับชำระค่าไถ่ถอนที่พิพาทจากนางสาวสุบิน ๑๒๐๐ บาท และคืนที่พิพาทให้นางสาวสุบินให้ยกฟ้องคดีที่นางขำเป็นโจทก์ นางขำอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางขำฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่นายมีบิดานางสาวสุบินได้ตกลงยินยอมในการซื้อขายรายนี้ด้วยนั้น ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๔๖ บิดาไม่มีอำนาจขายอสังหาริมทรัพย์เด็กได้ นอกจากได้รับอนุญาตจากศาล ดังนั้นนายมีจึงไม่อาจทำสัญญาซื้อขายที่พิพาท แทนนางสาวสุบินได้ ที่โจทก์อ้างว่าสัญญานี้เป็นเพียงสัญญษจะขายไม่อยู่ในบังคบแห่งมาตรานี้นั้น เห็นว่าถ้าจะขายอสังหาริมทรัพย์ของเด็กบิดาทำแทนเป็นการใช้ได้แล้ว ก็ย่อมมีผลผูกมัดไปถึงการขายด้วย ก็เมื่อการขายตาม ก.ม.บิดาไม่มีอำนาจทำกันได้นอกจากได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว จะมีอำนาจจะทำสัญญาจะขายอสังหาริมทรัพย์ของเด็กเป็นการผูกพันเด็กอย่างไร ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816 - 817/2494 นางสาวสุบิน ทิกามล โจทก์ นางขำ สังวาลย์เพ็ชร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุบิน ทิกามล · จำเลย - นางขำ สังวาลย์เพ็ชร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลสระบุรี - นายศิริ เกตุสมบูรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา