⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 841/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิที่ดินแล้ว สัญญาจำนองที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองนั้นได้อีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนที่ดินแปลงนั้นลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิต่อไปแล้ว สัญญาจำนองจะใช้บังคับแก่ที่ดินนั้นได้หรือไม่ ย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.214 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.735

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินให้จำเลยที่ ๓ ราคา ๑๒๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๓ ได้ชำระราคาแล้ว ๑๐๐๐๐ บาท โจทก์ทำใบมอบฉันทะให้จำเลยที่ ๓ โอนที่ดินเอาเองแต่จำเลยที่ ๓ กลับไปสมคบกับจำเลยที่ ๑ ทำใบมอบฉันทะปลอม แล้วจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจำนองที่ดินของโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เป็นเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเพิกถอนสัญญาจำนองไม่ให้ผูกพันโจทก์ และบังคับให้จำเลยที่ ๓ รับซื้อที่ดินรายนี้ และชำระค่าที่ดินที่ค้างอีก ๒๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รับโอนที่พิพาทลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิต่อไป ส่วนคำขอให้เพิกถอนการจำนอง ให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาเฉพาะข้อขอให้เพิกถอนสัญญาจำนอง ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลได้พิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รับโอนที่พิพาทลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิต่อไปแล้ว โจทก์ก็ไม่มีส่วนได้เสียอะไรในที่ดินนั้นต่อไปอีก ทั้งในสัญญาจำนองก็ไม่มีข้อตกลงว่าทรัพย์สินอื่นของโจทก์จะต้องรับผิดในหนี้รายนั้นด้วย ฉะนั้นความรับผิดในการบังคับจำนองรายพิพาทจึงยังคงมีอยู่แต่เฉพาะในกรรมสิทธิที่ดินโฉนดที่ ๓๒๗๕ (ที่พิพาท) เท่านั้นตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๗๓๓,๒๑๔ และในกรณีเช่นนี้จำเลยที่ ๓ ก็มิได้อิดเอื้อนในการรับโอนที่ดินโดยไม่ปลอดการจำนอง การที่จะว่ากล่าวเอาความว่าสัญญาจำนองใช้บังคับแก่ทรัพย์สินที่จำนองเพียงใด จึงตกเป็นภาระระหว่างจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ โจทก์จึงไม่มีข้ออ้างเป็นเหตุแห่งส่วนได้เสียที่จะอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาได้แต่อย่างไร จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์โดยพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494 จ.มื่นมหาสนิท (บังโกมุท) โจทก์ นางไพฑูรย์ กิตติวัฒน์ที่ 1, นายคินคง แซ่หลำที่ 2, นายผิน เมธากุล หรือนาย สุทัศน์ ถนอม กุลบุตรที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ.มื่นมหาสนิท (บังโกมุท) · หรือนาย - นางไพฑูรย์ กิตติวัฒน์ที่ 1, นายคินคง แซ่หลำที่ 2, นายผิน เมธากุล · จำเลย - สุทัศน์ ถนอม กุลบุตรที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวินิจ เนตรวงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา