⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 99/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐรับฝากเงินของประชาชนไว้ในหน้าที่ราชการ แล้วไม่คืนให้ ถือเป็นความรับผิดตามสัญญา ไม่ใช่ละเมิด และหากผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทำการดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดในฐานะตัวการ ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้กระทำการไม่ต้องรับผิดในฐานะตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์กล่าวไว้ชัดว่าจำเลยที่ 2 เป็นข้าราชการในกรมสรรพสามิตต์ จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกการเงิน จำเลยที่ 2 ได้รับฝากเงินของโจทก์ไว้ในหน้าที่ราชการ แล้วไม่คืนให้โจทก์ จึงขอให้จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจำนวนนี้ ดังนี้ เป็นการหาเรื่องผิดสัญญา ไม่ใช่ละเมิด และเป็นการฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานเป็นตัวการ จำเลยที่ 2 ในฐานเป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 จึงต้องนำ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 820 มาใช้บังคับ คือจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์โดยถือว่าเป็นเรื่องละเมิด ซึ่งไม่ตรงกับท้องเรื่องจำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ แสดงว่าพอใจในคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ผู้เดียวศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง เลยไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วย ดังนี้ เป็นการขัดกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 245 เพราะการชำระหนี้เช่นนี้ไม่ใช่ว่าไม่อาจแบ่งแยกได้อันจะเป็นกรณีเข้าอนุมาตรา 1 แห่งมาตรา 245

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.672 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการในกรม จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกการเงิน ใสการประมูลฝิ่นประจำ พ.ศ. ๒๔๙๐ โจทก์ที่ ๑ ประมูลได้ร้านฝิ่นตำบลเชิงสพานสุกรนาคเสนี ซึ่งผู้ประมูลได้จะต้องวางเงินค่าประมูลกินเปล่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเงินประกันความผิด เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๔๘๙ โจทก์ที่ ๒ สามีโจทก์ที่ ๑ ได้นำเงิน ๒๗,๕๐๕ บาทกับเงินประกันความผิดอีก ๕๐๐ บาทไปวางแก่จำเลยที่ ๒ ตามนัด เมื่อถึงเวลาปิดที่ทำการแล้ว จะนับเงินไม่ทัน จำเลยที่ ๒ ในหน้าที่จึงนำเอาถุงมาให้โจทก์ที่ ๒ ใส่เงินที่นำมา แล้วจำเลยที่ ๒ รับมอบถุงเงินนั้นไว้ ครั้นวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๔๘๙ โจทก์ที่ ๒ ได้ไปตามนัด จำเลยที่ ๒ กลับปฏิเสธว่า ถุงเงินของโจทก์ไม่มี ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดใช้ จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้รับมอบถุงเงินจากจำเลย ทั้งจำเลยที่ ๒ ก็ไม่มีอำนาจหน้าที่จะรับมอบโดยพละการ การกระทำของจำเลยที่ ๒ ดังโจทก์ฟ้องเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจและนอกเหนือขอบเขตอำนาจซึ่งโจทก์ทราบดีอยู่แล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดชอบ ศาลแพ่งฟังว่า โจทก์ได้ฝากเงินไว้กับจำเลยที่ ๒ จริงและรับฝากไว้เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ราชการอันจำเลยที่ ๒ ต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์และความสดวกแก่ราชการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๒ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๔๒๕ ประกอบด้วยมาตรา ๔๒๐ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิด ชดใช้ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยจะไดัรับฝาก จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำบรรยายฟ้องของโจทก์ กล่าวไว้ชัดว่าจำเลยที่ ๒ เป็นข้าราชการในกรม จำเลยที่ ๑ มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกการเงิน และจำเลยที่ ๒ ได้รับฝากเงินของโจทก์ไว้ในหน้าที่ราชการ จึงเป็นการฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นตัวการ จำเลยที่ ๒ ในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ต้องเรื่องที่กล่าวหาเป็นการฝากทรัพย์ แล้วจำเลยไม่คืนให้ จะเป็นด้วยหายหรือเพราะเหตุใดก็ตาม จึงเป็นการหาเรื่องผิดสัญญา ไม่ใช่ละเมิดจะนำเอา ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๔๒๕ มาใช้บังคับไม่ได้ หายต้องนำมาตรา ๘๒๐ เรื่องตัวการตัวแทนมาใช้บังคับ จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ซึ่งเมื่อบุคคลภายนอก ที่ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดโดยถือว่าเป็นเรื่องละเมิด จึงไม่ตรงกับท้องเรื่อง นอกจากนี้เมื่อศาลแพ่งพิพากษาแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่อุทธรณ์ แสดงว่าพอใจในคำพิพากษาศาลแพ่งแล้ว อุทธรณ์แต่จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องของโจทก์ โดยพิพากษากลับไม่ใช่แก้ จึงเป็นการพิพากษาเลยถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาฯเลยไปถึงจำเลยที่ ๑ นี้เป็นการขัดกับ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๔๕ เพราะการชำระหนี้เช่นนี้ไม่ใช่ว่า ไม่อาจแบ่งแยกได้ อันจะเป็นกรณีเข้าอนุมาตรา ๑ แห่งมาตรา ๒๔๕ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแพ่ง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2494 นางงิ้ม หรืองิ้มเซ่ง แซ่เบ้ ที่ 1, นายสุย แซ่แต้ที่ 2 โจทก์ กรมสรรพสามิตต์ โดยหลวงประกอบธนกิจ อธิบดี ที่1, หม่อมหลวงดิสพงษ์ นพ วงศ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางงิ้ม หรืองิ้มเซ่ง แซ่เบ้ ที่ 1, นายสุย แซ่แต้ที่ 2 · นพ - กรมสรรพสามิตต์ โดยหลวงประกอบธนกิจ อธิบดี ที่1, หม่อมหลวงดิสพงษ์ · จำเลย - วงศ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงประจักษ์ศุภอรรถ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิภาศนฤพนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 710/2542ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 158/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา