คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ทรัพย์ที่ผู้ล้มละลายโอนไปก่อนล้มละลายนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจขอให้ศาลเพิกถอนการโอนได้ หากการโอนนั้นไม่สุจริตหรือมีค่าตอบแทน และหากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งถอนการยึดทรัพย์ที่โอนไปแล้ว ผู้ล้มละลายหรือเจ้าหนี้จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวไม่ได้
* หญิงมีสามีเป็นบุคคลไร้ความสามารถเฉพาะกรณีที่ต้องผูกพันสินบริคณห์เท่านั้น ส่วนการผูกพันสินส่วนตัว หญิงมีสามีสามารถกระทำการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี เว้นแต่กฎหมายจะกำหนดห้ามไว้โดยเฉพาะ
ย่อคำพิพากษา
ทรัพย์ที่ผู้ล้มละลายโอนไปยังผู้อื่นแล้ว ก่อนล้มละลายนั้นว่าโดยปรกติย่อมยึดไม่ได้ เว้นแต่จะมีการทำลายการโอนนั้นเสียก่อน อำนาจที่จะขอทำลายการโอนนั้นเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หาใช่ของโจทก์ในคดีล้มละลายไม่ ฉะนั้นเมื่อมีผู้ร้อง ร้องขอให้ถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลายบางสิ่ง โดยอ้างว่าได้รับโอนมาจากผู้ล้มละลายโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเห็นสมควร จึงสั่งให้ถอนการยึด ดังนี้ โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ย่อมไม่มีผล
หญิงมีสามีย่อมเป็นผู้ไร้ความสามารถแต่เฉพาะในกรณีที่จะผูกพันสินบริคณห์เท่านั้น ส่วนในแง่ผูกพันสินส่วนตัว หาได้เป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถไม่ จึงจะถือว่าหญิงมีสามีเป็ผู้ไร้ความสามารถ จะฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากสามีตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 56 ยังมิได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีต้องตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1469 หรือมาตราอื่น ๆ ที่ห้ามไว้ โดยเฉพาะถ้าหากมีเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้กองมรดกของนายสุนทร โดยนายประพันธ์ผู้เป็นบุตรและผู้รับมรดกให้ล้มละลาย ศาลแพ่งได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว นางส้มจีนได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่ยึดไว้ตามบัญชีลง วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๑ เป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องได้รับโอนมาจากนายประพันธ์ โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลแพ่ง ศาลแพ่งมีคำสั่งยืนตามคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ในข้อที่โจทก์ฎีกาว่า นางส้มจีนผู้ร้องเป็นหญิงมีสามียังไม่ได้รับอนุญาตจากสามีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๓๘ บัญญัติให้หญิงมีสามีเป็นผู้ไร้ความสามารถแต่เฉพาะในกรณีที่จะผูกพันสินบริคณห์เท่านั้น ส่วนในแง่ผูกพันสินส่วนตัวหาได้เป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถไม่ จึงจะถือว่าหญิงมีสามี เป็นผู้ไร้ความสามารถ จะฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตของสามีตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๖ ยังมิได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีต้องตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๖๙ หรือมาตรา อื่น ๆ ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะ ถ้าหากมีเท่านั้น อย่างไรก็ดี คดีนี้สามีผู้ร้องได้อนุญาตแล้ว
ส่วนในเรื่องถอนการยึดทรัพย์รายนี้นั้น ปรากฎว่าทรัพย์รายนี้ได้โอนไปยังผู้ร้องแล้ว ว่าโดยปกติก็ย่อมยึดไม่ได้ เว้นแต่จะมีการทำลายการโอนนั้นเสียก่อนอำนาจที่จะขอทำลายการโอนเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หาใช่ของโจทก์ไม่ ตามเจตนารมย์ ของกฎหมายล้มละลาย ก็เช่นกัน คือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ของผู้ล้มละลาย หาใช่เฉพาะโจทก์ดังเช่นในกรณีที่เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในดคีแพ่งธรรดาไม่
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2495
นายรามจันทร์ สุกุล โดยนายบูไช สุกุล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
กองมรดกนายสุนทร ธีระเวช (โดยนายประพันธ์ธีระเวช บุตรผู้รับมรดกและ
จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายรามจันทร์ สุกุล โดยนายบูไช สุกุล ผู้รับมอบอำนาจ · บุตรผู้รับมรดกและ - กองมรดกนายสุนทร ธีระเวช (โดยนายประพันธ์ธีระเวช · จำเลย - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา