⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1459/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1459/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกค่ากินเปล่าจากผู้เช่าที่ครอบครองทรัพย์สินที่เช่าอยู่ เป็นการเรียกค่าทดแทนที่ผู้ให้เช่าจะได้รับจากบุคคลภายนอกที่ประสงค์จะเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นต่อไป ผู้ให้เช่าจึงยังไม่ถือว่าได้รับความเสียหายและไม่สามารถเรียกค่ากินเปล่าจากผู้เช่าเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

ห้องเช่าอยู่ในทำเลการค้าผู้เช่าเปิดห้องเป็นร้านค้า ใช้ชื่อว่า "วีระ" ทำการตัดเสื้อผ้าขาย รับสอนการเย็บเสื้อผ้า เสียภาษีโรงค้า และประเภทร้านค้า ภาษีป้ายดังนี้ เป็นเรื่องเช่าเพื่อประกอบกิจการค้าและธุระกิจ ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากห้องเช่า โดยเรียกค่าเสียหาย คือเงินค่ากินเปล่า ซึ่งมีผู้มาบอกให้ ถ้าผู้เช่าออกจากห้องนั้นไปด้วยนั้น เงินค่ากินเปล่าเป็นค่าทดแทนในการเข้าครอบครอง ผู้ให้เช่ายังมีโอกาสที่จะเรียกเงินค่ากินเปล่าจากผู้ที่จะเข้าครอบครองในภายหน้าได้ จึงยังไม่ถือว่าผู้ให้เช่าได้รับความเสียหายในข้อนี้ จึงเรียกจากผู้เช่าไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ จำเลยต่อสู่ว่า ห้องเช่าเป็นเคหะ ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ห้องพิพาทเป็นเคหะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย ส่วนค่าเสียหาย คงให้ตามส่วนไม่เต็มตามที่ฟ้อง โจทก์จำเลยฏีกา ศาลฏีกาเห็นว่า ห้องพิพาทอยู่ในทำเลยการค้า จำเลยเปิดห้องเป็นร้านค้าใช้ชื่อว่า "วีระ" ทำการตัดเสื้อผ้าขาย และรับสอนการเย็บเสื้อผ้า ออกใบปลิวโฆษณาวิธีศึกษา ๓ ประเภท คือ ช่างตัดเย็บประเภทชาย และช่างตัดเย็บและวิชากมาฝีมือประเภทหญิง วิชาช่างวิทยุ รับนักเรียนประจำและไม่ประจำ ทั้งได้เช่าห้องซึ่งปลูกอยู่ติดกับห้องพิพาทอีก ๑ ห้อง เป็นห้องสอนเย็บตัดเสื้อ จำเลยเสียภาษีโรงค้าประเภทร้านค้าและเสียภาษีป้าย ลักษณะดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเพื่อประกอบกิจการค้าและธุรกิจ ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ส่วนข้อที่โจทก์เรียกเอาเงินค่ากินเปล่าอ้างว่ามีผู้อื่นบอกให้ เห็นว่าเงินชะนิดนี้เป็นค่าทดแทนในการเข้าครองครอง โจทก์ยังมีโอกาศที่จะเรียกเงินนี้จากผู้ที่จะเข้าครอบครองในภายหน้าได้ จึงยังไม่ถือว่าโจทก์ได้รับความเสียหายในข้อนี้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1459/2495 นางสาวฉลวย กรพุกกะณะ โจทก์ ร.ท.เจือ วิมุกตานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวฉลวย กรพุกกะณะ · จำเลย - ร.ท.เจือ วิมุกตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 824/2491ฎีกา 5459/2537ฎีกา 390/2536ฎีกา 3549/2528ฎีกา 6288/2548ฎีกา 3251/2534ฎีกา 464/2567ฎีกา 691/2511ฎีกา 2385/2523ฎีกา 765/2506ฎีกา 3010/2543ฎีกา 4192/2536ฎีกา 978/2510ฎีกา 788/2499ฎีกา 2118/2523ฎีกา 1084/2511ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1141/2502ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1108/2544ฎีกา 3887/2534ฎีกา 73/2522ฎีกา 3999/2559ฎีกา 262/2473
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา