คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานของรัฐต้องรับผิดในผลเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อ และหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานสังกัดอยู่ต้องร่วมรับผิดด้วย
ย่อคำพิพากษา
มีผู้ลอบเอาโฉนดที่ดิน ซึ่งเจ้าของแจ้วหายและขอใบแทนไปแล้ว มาหลอกจำนองไว้กับโจทก์ปรากฏว่าในโฉนดฉะบับหลวงได้จดแจ้งการออกใบแทนโฉนดพร้อมทั้งวันเดือนปีไว้
ด้วยหมึกสีแดงเห็นได้อย่างสุดตา แต่เจ้าพนักงานที่ดินกระทำโดยประมาทละเลยต่อการตรวจดูตามสมควร จึงได้มีการจำนองต่อกันเป็นที่เสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ เจ้าพนักงานที่ดินต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย และกรมที่ดินก็ต้องรับผิดด้วยความนัยแห่ง ป.ม.แพ่งฯมาตรา 76
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๔๙๐ จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือสัญญาจำนองที่ดินโฉนดที่ ๑๖๕๒ ไว้แก่โจทก์เป็นเงินสองหมื่นบาท โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ ๒ ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกัน หนังสือสัญญาจำนองและค้ำประกันได้ลงนามตอหน้าจำเลยที่ ๔ ๆลงนามเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ต่อที่จำเลยที่ ๑ ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินว่าหายไปและรับใบแทนโฉนดไปแล้ว แม้โฉนดที่โจทก์ยึดถือไว้ใช้ไม่ได้สัญญาจำนองก็ยังใช้ได้ในฐานเป็นสัญญากู้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ - ๒ - ๓ ต้องรับผิด จำเลยที่ ๔ ได้กระทำการโดยประมาทอย่างร้ายแรงทำให้โจทก์เสียหาย เพราะโฉนดฉะบับนี้ที่หอทะเบียนที่ดินยึดถือไว้มีบันทึกไว้ด้วยตัวอักษรแดง เห็นได้ชัดแจ้งว่าที่ดินรายนี้ได้มีการออกใบอทนโฉนดไปแล้ว แต่จำเลยที่ ๔ ก็ยังลงนามอนุมัติให้ทำสัญญากัน จำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๔ ก็ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๔ ด้วย
จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ไปจำนองที่ดิน
จำเลยที่ ๒ - ๓ ไม่ยื่นคำให้การ
จำเลยที่ ๔ - ๕ ให้การว่าไม่ได้ประมาท
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๑ มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ไปจำนองแทน จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ - ๓ คืนเงินสองหมื่นบาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ คำขอนอกนั้นให้ยก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๔ - ๕ ร่วมกันรับผิดใช้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์บังคับเอาจากจำเลยที่ ๒ - ๓ ก่อน ฯลฯ
จำเลยที่ ๔ - ๕ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในโฉนดฉะบับหลวงในคดีรนี้ได้จดแจ้งการออกใบแทนโฉนดพร้อมทั้งวันเดือนปีไว้ด้วยหมีกสีแดง เห็นได้อย่างสดุดตา ถ้าหากจำเลยที่ ๔ มิได้ละเลยต่อการตรวจดูตามสมควรแล้ว จะมีการทำจำนองต่อกันเป็นที่เสียหายแก่โจทก์ไม่ได้เลย ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๔ กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายโดยเสียเงินทำการรับจำนองไป ฉะนั้นจำเลยที่ ๔ จึงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้ด้วย ส่วนจำเลยที่ ๕ นั้นเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ ๔ ได้กระทำไปตามหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ ๕ ก็ต้องรับผิดตามนับแห่ง ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๗๖ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาชอบแล้ว
จึงพิพากษา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2495
หลวงอนุสรนนทิกิจ (ชด พหลโยธิน) โจทก์
นางละเมียด เอี่ยมโสภณ ที่ 1 , นางละมูล ขวัญเชิด ที่ 2, นายชั้น ขวัญเชิด
ที่ 3, นายประเสริฐศรินทุ โดยส่วนตัวและในตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดิน ที่ 4
, กรมที่ดิน โดยพระผดุงทะเบียนกิจอธิบดี ที่ 5 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - หลวงอนุสรนนทิกิจ (ชด พหลโยธิน) · ขวัญเชิด - นางละเมียด เอี่ยมโสภณ ที่ 1 , นางละมูล ขวัญเชิด ที่ 2, นายชั้น · 4 - ที่ 3, นายประเสริฐศรินทุ โดยส่วนตัวและในตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดิน ที่ · จำเลย - , กรมที่ดิน โดยพระผดุงทะเบียนกิจอธิบดี ที่ 5 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · นาถปริญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายกำธร พันธ์ลาภ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา