⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 206/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2495

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท ได้ไถทำลายต้นข้าวที่โจทก์ได้หว่านไว้เสียหาย แม้ที่พิพาทจะเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนมีสิทธิใช้ร่วมกันตามป.ม.แพ่งฯมาตรา 1304 ข้อ 2 ผู้หนึ่งผู้ใดหามีกรรมสิทธิหรือสิทธครอบครองอย่างใดไม่ - ก็ตามจำเลยก็ต้องมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 324 แต่ไม่เป็นผิดฐานบุกรุก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.324 กฎหมายลักษณะอาญา ม.327 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่ดินเนื้อที่ ๔๐ ไร่ เศษ ได้โก่นสร้างและครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา ยังไม่มีหนังสือสำคัญ เมื่อวันที่ ๔, - ๕ , - ๖ เมษายน ๒๔๙๓ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจเข้าไถต้นข้าวชองโจทก์ ซึ่งหว่านไว้ในที่ดินแปลงนี้ และบังอาจบุกรุกทำลายหัวคันนา เจตนาเข้าครอบครองทรัพย์ของโจทก์โดยรู้ดีว่าเป็นที่ดินของโจทก์ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔, ๓๒๗, ๖๓, ๗๐. และเรียกค่าเสียหาย ๔๐๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔, ๓๒๗, ปรับคนละ ๑๐๐ บาทกับให้ใช้ค่าเสียหาย ๓๕๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่คดีอาญานายอิ่ม จำเลยวายชนม์ จึงเป็นอันระงับไปในทางแพ่ง - ให้เป็นไปตามกระบวนพิจารณาว่าด้วยการรับมรดกความ นางวิง, นางปาน จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่า คดีได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่หนองลาดควาย อันเป็นที่สาธารณะประโยชน์ หาใช่เป็นที่ดินของจำเลยไม่ ที่พิพาทจึงเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งประชาชนใช้ร่วมกันตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๐๔ ข้อ ๒ แม้โจทก์กล่าวในฟ้องว่า เป็นที่ดินที่โจทก์มีกรรมสิทธิและได้ครอบครองตลอดมา ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ทั้งมิใช่ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฎในฟ้อง เป็นแต่ว่าที่พิพาทเช่นนี้ โจทก์หรือผู้หนึ่งผู้ใดหามีกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองอย่างใดไม่ การทีจำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลบุกรุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๗ คงมีผิดเพียงฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา ๓๒๔ เพราะปรากฎว่าจำเลยเข้าไปไถทำลายต้นข้าวที่โจทก์ได้หว่านไว้ในเนื้อที่ ๕ ไร่เศษ ทำให้โจทก์เสียหาย จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๔ กำหนดโทษตามเดิม ส่วนค่าเสียหายให้ใช้แก่โจทก์เพียง ๑๐๐๐ บาท ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 206/2495 นายยิ่ง แก้ววิชิต ที่ 1, นางโหมด แก้ววิชิต ที่ 2 โจทก์ นายอิ่ม แสงโกมุท ที่ 1, นางวิง ชูไพเราะ ที่ 2, นางปาน แสงโกมุท ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายยิ่ง แก้ววิชิต ที่ 1, นางโหมด แก้ววิชิต ที่ 2 · 3 - นายอิ่ม แสงโกมุท ที่ 1, นางวิง ชูไพเราะ ที่ 2, นางปาน แสงโกมุท ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นาถปรีชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 1162/2491ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 948/2501ฎีกา 1536/2497ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา