⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1129/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2496

ป.วิ.แพ่ง ม.55, 188, 240

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีต่อศาลต้องมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมาย หรือการใช้สิทธิที่ต้องมีกฎหมายสนับสนุนเท่านั้น ไม่ใช่การร้องขอให้ศาลชี้ขาดตามความปรารถนาหรือความข้องใจ. * เมื่อศาลชั้นต้นรับคำร้องคดีไม่มีข้อพิพาทไว้พิจารณา และมีผู้คัดค้านจนเกิดเป็นคดีมีข้อพิพาท การพิจารณาว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่นั้น ถือว่าผ่านไปแล้ว. * หากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมาย แต่ยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงและพิพากษาคดีได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวน.

ย่อคำพิพากษา

การเสนอคดีต่อศาลนั้น ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 55 บัญญัติว่า ต้องมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตาม กฎหมาย หรือบุคคลใดจะใช้สิทธิในทางศาล ซึ่งต้องมีกฎหมายสนับสนุน ไม่ใช่ว่ามีความปรารถนาหรือข้องใจอย่าง ใดเกิดขึ้นก็มาร้องขอให้ศาลชี้ขาดได้. ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่จำต้องมาร้องต่อศาล ซึ่งศาลย่อมจะต้องยก คำร้องเสียนั้น เมื่อศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องเช่นว่านั้นไว้แล้ว และมีผู้ร้องคัดค้านเข้ามาจนศาลชั้นต้นสั่ง และดำเนิน การพิจารณาเป็นคดีมีข้อพิพาทนั้น เรื่องสิทธิเสนอคดีต่อศาลพังกล่าวข้างต้น ก็เป็นอันผ่านไป. ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยอาศัยข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยข้อกฎหมาย ยังมิได้วินิจฉัย ขอ้เท็จจริงนั้น เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ๆ ย่อมมีอำนาจที่จะฟังข้อเท็จจริง แล้วพิพากษาคดีไปทีเดียวได้โดยไม่จำ ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงใหม่อีก./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.188 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่ดินตามหนังสือสัญญาซื้อขาย ที่มีชื่อนายนิสัย ชอบเจริญเป็นผู้ขาย นายชั้น แต้มทอง บิดาผู้ร้องเป็นผู้ซื้อนั้น เป็นกรรมสิทธิของผู้ร้อง โดยนายชั้นซื้อแทนผู้ร้องไว้ ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่พิพาทเป็นของนายชั้น ๆ ทำพินัยกรรมให้ ด.ช.เอกชัย แล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานของผู้ร้องยังฟังไม่ได้ว่า นายชั้นได้ซื้อที่พิพาทแทนจึงพิพากษายกคำร้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การเสนอคดีต่อศาลนั้นต้องมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมาย หรือบุคคลใด จะต้องใช้สิทธิในทางศาลตามที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๕ ไม่ใช่ว่ามีความปรารถนาหรือข้องใจอย่างใดเกิดขึ้น มา ก็มาร้องขอให้ศาลชี้ขาดได้ เช่นในคดีนี้ ผู้ร้องอ้างว่านายชั่นซื้อที่แทนตน นายชั้นตาย ที่ดินตกอยู่เฉย ๆ ไม่มีทายาทผู้ใดครอบครอง ผู้ร้องก็ชอบที่จะใช้สิทธิในฐานะเป็นเจ้าของครอบครองได้ไม่จำต้องมาร้องต่อศาล อย่างไรก็ดีเฉพาะ คดีนี้มีนายชาญยื่นคำร้องคัดค้านและศาลสั่งให้ดำเนินการพิจารณาเป็นคดีมีข้อพิพาทแล้ว เรื่องสิทธิเสนอคดีต่อศาล ดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นอันผ่านไป ส่วนข้อเท็จจริง คงฟังตามศาลล่าง จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1129/2496 นางซิ้วงั้น หรือ งาม วาจาสัจ ผู้ร้อง นายชาญ แต้มทอง บิดา ด.ช.เอกชัย แต้มทอง ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางซิ้วงั้น หรือ งาม วาจาสัจ · ผู้คัดค้าน - นายชาญ แต้มทอง บิดา ด.ช.เอกชัย แต้มทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายดิเรก น้ำทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานนุวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 4092/2543ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา