คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นการรื้อถอนทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยพลการ อาจเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ได้ แม้ผู้กระทำจะไม่มีอำนาจฟ้องผู้อื่นในกรณีเดียวกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
มีผู้ไปทำบ่อปลาไว้ในที่แปลงหนึ่ง ซึ่งเป็นที่สาธารณะ ดังนี้ แม้ผู้ที่ไปทำบ่อปลาไว้จะไม่มีอำนาจฟ้องผู้ใดหาว่าบุกรุก เข้าไปในที่แปลงนั้นก็ดี แต่ผู้อื่นก็หามีอำนาจอันใดที่จะไปรื้อถอนทำลายบ่อปลาของเขาเสียโดยพละการได้ไม่ ถ้าขืน ทำลาย อาจเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 324 ฐานทำให้เสียทรัพย์ได้./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในนาของโจทก์ แล้วรื้อบ่อปลาของโจทก์ ขอให้ลงโทษ
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ฟังว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ และบ่อปลาที่โจทก์ทำไว้นั้นเมื่อยู่ในที่สาธารณะ โจทก์ก็จะยึดถือ เอาเป็นของตนไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้สืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะปรากฎว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะซึ่งโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องหาว่าจำเลยบุกรุกได้ก็ดี แต่จำเลยก็หามี อำนาจอันใดที่จะไปรื้อถอนทำลายบ่อปลาของโจทก์เสียโดยพละการได้ไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1166/2496
นายชุ่ย ศรีสมบูรณ์ โจทก์
นายตี แคนติ ที่ 1, นายบู้ มะกา ที่ 2, นายสมบูรณ์ ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชุ่ย ศรีสมบูรณ์ · จำเลย - นายตี แคนติ ที่ 1, นายบู้ มะกา ที่ 2, นายสมบูรณ์ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสนิท บริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา