คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เยาว์สามารถฟ้องคดีเองได้ แม้บิดาจะให้ความยินยอมแล้วก็ตาม หากจำเลยไม่ได้ยกประเด็นเรื่องความสามารถของผู้เยาว์ขึ้นฎีกา ศาลฎีกาไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่ผู้เยาว์เป็นโจทก์ฟ้องคดีเอง ฟ้องหาว่าจำเลยบังอาจฉุดคร่าห์อนาจาร ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 276 นั้น แม้จำเลยจะให้การตัดฟ้องไว้ว่าโจทก์มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์แม้บิดาจะให้ความยินยอมแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ บิดาจะต้องเป็นผู้ฟ้องแทนโจทก์จึงจะสมบูรณ์ก็ดีแต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยไม่เชื่อข้อเท็จจริง จำเลยจึงไม่ได้อุทธรณ์ คงมีแต่โจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียว และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลย จำเลยก็ฎีกาเพียงข้อเท็จจริงไม่ได้ยกข้อตัดฟ้องขึ้นฎีกาด้วย ดังนี้ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยข้อตัดฟ้องนั้นก็ได้คงวินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงที่ฎีกาขึ้นมาเท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจฉุดคร่าห์พาเอาโจทก์ไปเพื่อการอนาจาร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๗๖
จำเลยปฏิเสธ และตัดฟ้องว่าโจทก์มีอายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ถึงแม้บิดาจะให้ความยินยอมแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ บิดาจะต้องเป็นผู้ฟ้องแทนโจทก์จึงจะสมบูรณ์
ศาลชั้นต้นฟังว่าพยานโจทก์เบิกความแตกต่างกัน พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำคุกจำเลย ๘ เดือน ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๗๖
จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงต่อมา
ศาลฎีกาเชื่อข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดจริง จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2496
นางสาวมน ทองเคล้า โจทก์
นายพิน จันทร์เพ็ญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวมน ทองเคล้า · จำเลย - นายพิน จันทร์เพ็ญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปริญญา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา