คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมที่ถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความตามที่ตกลงกัน และไม่อาจกลับมาฟ้องขอให้เพิกถอนได้ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่จำกัดอย่างเคร่งครัด
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยตกลงประณีประนอมยอมความกันในศาลจนศาลพิพากษาบังคับคดีไปตามยอมแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์ฎีกาคดีถึงที่สุดแล้ว เช่นนี้จำเลยจะกลับมาฟ้องโจทก์ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาตามยอม โดยอ้างว่าตนทำยอมไปโดยสำคัญผิดไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องนายจันทร์โจทก์ในคดีนี้ ร่วมกับนายประยูร นางสิงหล ให้ชำระหนี้เงินกู้ซึ่งนายประยูร เป็นผู้กู้ โจทก์และนายสิงหลเป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ยอมทำสัญญาประณีประนอมยอมความใช้เงินให้จำเลย ศาลจึงพิพากษาและบังคับคดีไปตามยอม ปรากฎตามสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๒๕๐/๒๔๙๔ ของศาลจังหวัดราชบุรี
บัดนี้โจทก์มาฟ้องจำเลย ขอให้สั่งเพิกถอนสัญญายอมความกับคำพิพากษาท้ายยอมในคดีก่อนนั้นเสีย อ้างว่าโจทก์สำคัญผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่า โดยผลของคำพิพากษาในคดีก่อนย่อมผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความตลอดมาจนกว่าคำพิพากษานั้นจะถูกเปลี่ยนแปลง ฯลฯ ในทางอุทธรณ์ฎีกาตามกระบวนพิจารณา โจทก์จะมาฟ้องให้เพิกถอนคำพิพากษาให้ตนพ้นผิดโดยอ้างว่าทำยอมไปโดยสำคัญผิดเช่นนี้ไม่ได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2496
นายจันทร์ อมาตยกุล โจทก์
นายสนอง สุขพานิชย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจันทร์ อมาตยกุล · จำเลย - นายสนอง สุขพานิชย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดราชบุรี - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา