⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 255/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของร่วมคนเดียวมีสิทธิฟ้องผู้ทำลายทรัพย์สินอันเป็นของเจ้าของร่วมให้คืนสู่สภาพเดิม หรือชดใช้ค่าเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

มีผู้ทำลายเรือนอันเป็นของเจ้าของร่วม 2 คน เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวก็มีสิทธิฟ้องผู้ทำลายนั้นให้ปลูกเรือนให้ใหม่ ตามสถาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้. ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุหลุม. โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหลายเรือนออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม จำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาทเรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้ว จำเลยอยู่มาจนบัดนี้ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับฟิด คำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่า จำเลยต่อสู้ ว่าไม่ได้หลายเรือน./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.302 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1534

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมรับว่าเรือนและที่ดินเป็นของโจทก์ โจทก์ยอมให้จำเลยและภรรยากับบุตรอยู่อาศัยในที่ดินและเรือนตลอดชีวิต บัดนี้จำเลยบังอาจหลายเรือนซึ่งมีราคา ๑๐๐๐ บาท ออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่รื้อไป มาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม ถ้าไม่สามารถให้ใช้ราคาเรือน ๑๐๐๐ บาทา. จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นบิดาสามีโจทก์จำเลยอยู่เรือนพิพาทมา เรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนซึ่งปลูก อยู่ในบ้านนั้น ๑ หลัง แล้วจำเลยอยู่มาจนบัดนี้ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด และตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่มีสิทธิในส่วนตัวและแทน นางสาวพรรณีบุตรที่จะฟ้องจำเลยได้ ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยไม่ใช่เป็นบุพการีของโจทก์ จำเลยเป็นแต่บิดาจของสามีโจทก์เท่านั้น ไม่ เข้าตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๓๔ และหาจะฟังว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์และนางสาวพรรณี ก็เป็นเรื่องกรรมสิทธิร่วม เจ้าของร่วมคนหนึ่งจะใช้สิทธิครอบครองไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดก็ได้ตามมาตรา ๑๓๕๙ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลย ให้การไม่มีประเด็นต่อสู้ จึงต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยนำเรือนที่รื้อไป มาปลูกใหม่ให้เหมือนสภาพเดิมถ้าไม่สามารถ ทำได้ ให้ใช้ค่าเรือน ๑๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ตามข้อวินิจฉัยของศาลล่าง ส่วนเรื่องคำให้การจำเลยนั้น พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลย ต่อสู้ว่าไม่ได้หลายเรือน จึงได้กล่าวว่าเรือนผุพังจนอยู่ไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นกล่าวต่อไปอีกว่าจึงซื้อเรือน ๑ หลังอยู่มาจนบัดนี้ ซึ่งรวมความแล้วพอแปลความได้ว่า เรือนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทลายนั้น จำเลยมิได้ทลายแต่เป็นเพราะผุพังจนอยู่ไม่ได้ จึงได้ซื้อเรือนซึ่งปลูกอยู่แล้วอยู่มาจนบัดนี้ ดังนี้จะว่า จำเลยมิได้ต่อสู่คดีในข้อที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมายังไม่ได้ จึงยัง ขาดข้อเท็จจริงที่ยังเถียงกันอยู่ จะพิพากษาไม่ได้ ให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาฟัง ข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว พิพากษาใหม่ ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496 นางพริ้ง สิทธิรักษ์ โจทก์ นายทองพรัด สิทธิรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางพริ้ง สิทธิรักษ์ · จำเลย - นายทองพรัด สิทธิรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายทองคำ จารุเหตุ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา