คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับจำนองครอบครองทรัพย์สินที่จำนองไว้เกิน 10 ปี ไม่ทำให้สิทธิของผู้จำนองในการไถ่ถอนจำนองสิ้นไป เว้นแต่ผู้รับจำนองจะแสดงเจตนาครอบครองทรัพย์สินนั้นในฐานะเป็นเจ้าของโดยชัดแจ้ง หรือดำเนินการบังคับจำนอง.
ย่อคำพิพากษา
จำนองที่ดินไว้แก่เขาแล้ว ไม่มีเงินจะเสียดอกเบี้ยให้ จึงมอบนา (มีโฉนด) ที่จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอกเบี้ย ส่วนตนเองอพยพไปทำกินที่อื่น แม้จะปรากฎว่านาที่จำนองถูกทางอำเภอยึดไปเพื่อจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระ อากรค่านาที่ค้างชำระผู้รับจำนองจึงต้องเอาเงินไปชำระค่าอากรที่ค้าง ทางอำเภอจึงมอบนานั้นให้ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนองคงครอบครองต่อมากว่า 10 ปีก็ดี ก็ไม่ทำให้อำนาจครอบครองของผู้รับจำนองเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้จำนอง ยังมีสิทธิขอไถ่จำนองได้ เพราะถ้าผู้รับตจำนองรับนามาจากอำเภอแล้ว จะครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของ ผู้รับจำนอง ตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนผู้จำนองต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1381 หรือมิฉะนั้น ก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ในฐานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๒๒ ปีมาแล้วจำนองนาพิพาทไว้กับนายเป๋งบิดาจำเลย จำนองแล้ว ๓ ปี ได้มอบนาพิพาทให้นายเป๋งทำ ต่างดอกเบี้ย บัดนี้นายเป๋งวายชนม์แล้ว โจทก์มาขอไถ่จำนองจากจำเลยผู้เป็นทายาท จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ละทิ้งนาพิพาทไปอยู่ที่อื่น จนเจ้าพนักงานยึดนามาจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระอากรค่านาที่ค้าง ชำระ นายเป็งบิดาจำเลยไปชำระอากรค่านา แล้วขอรับนาพิพาทมาครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมา ๑๐ ปีเศษแล้ว ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรับไถ่จำนองคืนนาพิพาทให้โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำนองนาพิพาทไว้กับนายเป๋งบิดาจำเลย จำนองได้ ๓ ปี แล้วไม่มีเงินเสียดอกเบี้ยให้นาย เป๋ง จึงตกลงให้นายเป๋งทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ย แล้วโจทก์อพยพไปทำกินที่อื่น ต่อมาทราบว่านายเป๋งตาย โจทก์จึงมาขอ ไถ่จากจำเลย และเห็นว่าการที่นายเป๋งไปชำระค่านาแทนโจทก์เพียงไม่เกิน ๑๐ บาท แล้วอำเภอมอบนาให้นายเป๋งมา
นั้น ไม่ทำให้นายเป๋งมีกรรมสิทธิในที่นาพิพาท เพราะไม่ใช่ซื้อขายหรือยกให้ ถ้านายเป๋งรับนามาจากอำเภอแล้ว จะ ครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของ นายเป๋งก็จะต้องบอกกล่าวไปยังโจทก์
ว่าตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนโจทก์ต่อไป ดังที่บัญญัติไว้
ในมาตรา ๑๓๘๑ หรือมิฉะนั้นก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ของนายเป๋งอย่างญานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้ เพราะนายเป็งครอบครองแทนโจทก์มาก่อน เมื่อไม่จัดการบอกกล่าวโจทก์แล้ว จะถือว่าตนได้ครอบครองอย่างเจ้าของ หาได้ไม่ จึงไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ.
คงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496
นายช้อย ชูเฉลิม โจทก์
นายจันทร์ ที่ 1, นางหนอม ที่ 2, นายอ่อน ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายช้อย ชูเฉลิม · จำเลย - นายจันทร์ ที่ 1, นางหนอม ที่ 2, นายอ่อน ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · ประศาสน์วินิจฉัย · ดุลยการณ์โกวิท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสนับ คัมภีร์ยส · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา