คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2496
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาต่ออำเภอขายที่พิพาทให้โจทก์แล้ว,จึงขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทจำเลยให้การ รับว่า ได้ไปทำสัญญาดังกล่าวจริง แต่แก้ไปว่ามสัญญานี้เกิดจากโจทก์ใช้อุบายล่อลวงเป็นกลฉ้อฉลความจริงเป็น เรื่องเจตนาขายฝากดังนี้ จำเลยมีหน้าที่จะต้องสืบก่อน เพื่อหักล้างหลักฐานฝ่ายโจทก./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ได้ซื้อที่พิพาทจากจำเลยแต่ยังให้จำเลยอาศัยปลูกเรือนอยู่ในที่ บัดนี้ ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ จึงขอให้ ขับไล่จำเลย
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้ขายขาดแก่โจทก์เป็นเรื่องขายฝาก โดยกลฉ้อฉลของโจทก์ ซึ่งจำเลยได้บอกล้างแล้ว
ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทจำเลยได้ทำสัญยาขายขาดให้โจทก์ ที่จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาซื้อขายเกิดจากกลฉ้อฉลนั้นฟังไม่สม จึงพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อเรือนให้พ้นไปจากที่พิพาท.
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญาต่ออำเภอขายที่พิพาทให้โจทก์ ซึ่งจำเลยก็ให้การรับว่าได้ไปทำสัญ ญาดังกล่าวจริง แต่แก้ไปว่าสัญญานี้เกิดจากโจทก์ใช้อุบายล่อลวงเป็นกลฉ้อฉล ความจริงเป็นเรื่องเจตนาขายฝาก จำ เลยจึงมีหน้าที่จะต้องนำสืบก่อนเพื่อหักล้างหลักฐานฝ่ายโจทก์ แต่พยานจำเลยไม่มีน้ำหนัก ฝ่ายโจทก์มีทั้งพยานเอกสาร และพยานบุคคลหลายปาก เป็นที่เชื่อถือได้.
จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2496
นายทองคำ สุ่มอิ่ม โจทก์
นางดำ ไพรสันท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองคำ สุ่มอิ่ม · จำเลย - นางดำ ไพรสันท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลสิงห์บุรี - นายจรัส สาระนาค · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา