คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่หลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปิดบังข้อความจริงที่ควรจะแจ้ง โดยมีเจตนาทุจริต ถือเป็นองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง
ย่อคำพิพากษา
โจทย์ฟ้องว่า โจทก์นำเงินไปชำระเงินกู้ จำเลยเพทุบายให้เอาสัญญากู้เผาไพ่ทิ้ง แต่จำเลยกลับเอาสัญญาอื่นอันไม่ใช่สัญญากู้มาเผาไฟแทน โจทก์หลงเชื่อจึงมอบเงินไป แล้วจำเลยนำสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับจำเลยมาฟ้องเรียกเงินกู้จากโจทก์เป็นซ้ำสองอีก ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.304 ดังนี้แม้จะเป็นความจริงก็เป็นการหลอกเพื่อไม่ให้ต้องคืนหลักฐานแห่งการกู้แก่โจทก์ต่างหาก การกระทำของจำเลยตามฟ้องยังไม่เป็นมูลความผิดฐานฉ้อโกง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.304
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์ได้กู้เงินนายเที่ยงจำเลยที่ ๑ ไป ๘๐๐ บาทโดยเอานาให้ทำต่างดอกเบี้ยเมื่อโจทก์นำเงินไปชำระหนี้กับจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสามจึงเพทุบายให้เอาสัญญานั้นเผาทิ้งเสีย โจทก์ก็ยอม แต่จำเลยเอาหสังสือสัญญาฉบับอื่นไม่ใช่สัญญากู้มาเผาไฟแทนสัญญากู้ที่แท้จริงอันเป็นการหลอกลวงให้โจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยได้เผาสัญญากู้ที่แท้จริงแล้ว โจทก์จึงมอบเงินให้แก่จำเลยที่ ๑ ไปทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาคิดตระบัดสินไหมมาแต่เริ่มแรกและเป็นการเสียหาย จำเลยทุจริตประสงค์จะเรียกเอาทรัพย์จากโจทก์เป็นครั้งที่สองอีก เหตุเกิดบ้านกะโทก ตำบลกะโทกอำเภอโชดไชย จังหวัดนครราชสีมา
ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา เรียกเงินตามสัญญาที่โจทก์ทำให้ไว้กับจำเลยที่ ๑ ซ้ำเป็นครั้งที่ ๒ อีก ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๔,๖๐,๖๓, ก่อนสืบพะยานชั้นไต่สวนมูลฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีไม่จำต้องมีการไต่สวน จึงให้งดและพิพากษาว่าฟ้องโดยไม่มีมูลทางอาญาตามบทที่กล่าวหา เพราะไม่ปรากฎว่าจำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงโจทก์โดยอาการอย่างใด การที่จำเลยเอาหนังสืออื่นมาเผาก็เป็นการกระทำของจำเลยไม่เกี่ยวแก่โจทก์จำเลยมิได้หลอกลวงให้โจทก์ส่งทรัพย์ให้หรือทำหรือถอนทำลายหนังสือสำคัญอย่างใด จึงให้ยกฟ้องโจทก์และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าตามฟ้องเป็นเรื่องโจทก์นำเงินไปชำระหนี้เงินกู้ให้จำเลยเอง มิใช่จำเลยหลอกให้โจทก์ส่งทรัพย์ให้จำเลยแต่ประการใด แกรที่จำเลยเพทุบายให้เอาสัญญากู้เผาทิ้งเสีย แต่แล้วกลับเอาหนังสืออื่นอันไม่ใช่สัญญากู้มาเผาแทนนั้น แม้จะเป็นความจริงก็เป็นการหลอกเพื่อไม่ให้ต้องคืนหลักฐานแห่งการกู้แก่โจทก์ต่างหาก การกระทำของจำเลยตามฟ้องยังไม่เป็นมูลความผิดฐานฉ้อโกง จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2497
นางอยู่ คลื่นกระโทก โจทก์
นายเที่ยงที่ 1, นายพูนที่ 2, นางอบที่ 3, จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอยู่ คลื่นกระโทก · จำเลย - นายเที่ยงที่ 1, นายพูนที่ 2, นางอบที่ 3, |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจันทร์ ระรวยทรง · ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ คงคากุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา