⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1238/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีคำพิพากษาให้จำเลยโอนทรัพย์สินให้แก่บุคคลหนึ่งแล้ว บุคคลนั้นย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินนั้นเหนือกว่าเจ้าหนี้รายอื่นที่มาฟ้องร้องภายหลัง แม้เจ้าหนี้จะอ้างว่ามีการสมยอมกันเพื่อเลี่ยงหนี้ ศาลก็สามารถพิจารณาประเด็นดังกล่าวในคดีเดิมได้โดยไม่ต้องฟ้องคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหนี้ โจทก์ ๆ ฟ้อง จำเลยทำยอม จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำยึดที่ดินของจำเลย ผู้ร้องคัดค้านว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดนั้นศาลพิพากษาให้จำเลยโอนให้แก่ผู้ร้องแล้วในคดีอีกสำนวนหนึ่ง โจทก์และผู้ร้องต่างอ้างว่าอีกฝ่ายหนึ่งกับจำเลยสมยอมกันเพื่อเลี่ยงการชำระหนี้และโต้เถียงกันในประเด็นอื่นอีก ดังนี้ศาลจะต้องดำเนินการะบวนพิจารณาไปโดยไม่ต้องให้โจทก์ไปฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์เป็นเจ้าหนี้ จำเลยทำยอมใช้ต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย โจทก์จึงนำยึดที่ดิน ๑ แปลง ผู้ร้องคัดค้านว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นรายเดียวกับที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้จำเลยโอนให้แก่ผู้ร้อง และว่าสัญญากู้ระหว่างจำเลยกับโจทก์ที่ทำยอมกันที่ศาลนั้น โจทก์จำเลยสมคบกันทำขึ้นเพื่อฉ้อโกงผู้ร้องขอให้พิพากษาปล่อยทรัพย์รายนี้ โจทก์ให้การว่าผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นคู่ความในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๒๘/๒๙๖ ได้สมยอมกันทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินรายพิพาทแล้วนำมาฟ้องศาลเพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ ราคา ๒๐,๐๐๐ บาทไม่ใช่ ๒๐๐๐ บาท คดีที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ยังไม่ถึงที่สุดและทรัพย์ยังไม่โอนไป กรรมสิทธิยังเป็นของจำเลย โจทก์มีสิทธิ์ยึดบังคับคดีได้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานแล้วชี้ขาดว่า ที่ดินรายพิพาทเมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยโอนให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อนตามสัญญาซื้อขายไปแล้วความเป็นเจ้าของที่ดินย่อมตกไปอยู่แก่ผู้ร้องนับแต่วันที่ศาลพิพากษาเป็นต้นไปแล้ใช้ยันบุคคลภายนอกได้ตาม ป.วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕(๒) พิพากษาให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๔๕ (๒) ยังมีความว่า คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิแพ่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันบุคคลภายนอกได้เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจุพิศูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า ในคดีนี้นางลอย (โจทก์) บุคคลภายนอกยังคัดค้านในข้อเท็จจริง คำพิพากษานี้วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิทรัพย์สินที่ชี้ขาดให้โอนจากลูกหนี้ไปเป็นของผู้นั้นเกิดขึ้นโดยไม่สุจริตและยังคัดค้านในข้อผู้ร้องตีราคาทรัพย์พิพาทว่าต่ำกว่าราคา แสดงว่านางลอย(โจทก์) ยังมีข้อพิศูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนหรือฟังข้อเท็จจริงต่อไปตามประเด็นแล้วพิพากษาไป ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นางลอยโจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องกับจำเลยสมยอมกันทำสัญญาซื้อขายที่ดินขึ้นแล้วนำมาฟ้องศาลเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ถูกยึดทรัพย์ชำระหนี้ และยังโต้เถียงในประเด็นข้ออื่นอีก ซึ่งศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไปตาม ป.วิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๗(๒),๒๘๘,๒๙๖, ไม่จำเป็นที่นางลอยโจทก์จะต้องไปฟ้องเป็นคดีขึ้นใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2497 นางลอย คงปัน โจทก์ นางคลี่ บิลลอด ผู้ร้อง นางคล้อย ชุมแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลอย คงปัน · ผู้ร้อง - นางคลี่ บิลลอด · จำเลย - นางคล้อย ชุมแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายชุบ วีระเวคิน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชิตเนตินัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา