⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1242/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อมีอำนาจฟ้องผู้ขายในกรณีผิดสัญญาจะซื้อขายได้ แม้จะนำเงินของผู้อื่นมาซื้อก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ซื้อเอาเงินของผู้อื่นมาซื้อตึกจากผู้ขาย ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องผู้ขายในกรณีที่ผู้ขายผิดสัญญาจะซื้อขายนั้นได้ โจทย์ฟ้องขอให้+ทำนิติกรรมขายตึกระหว่างจำเลยที่ 1-2 กับจำเลยที่ 3 และให้โอนตึกพิพาทให้แก่โจทก์ ถ้าโอนกรรมสิทธิไม่ได้ก็ขอให้จำเลยใช้เงินมัดจำคืน เมื่อโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 เสีย และขอถอนคำขอท้ายฟ้องเรื่องที่จะขอให้ทำลายนิติกรรม การซื้อขายและคำขอให้โอนตึกเสีย ก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1-2 ทราบเพราะจำเลยที่ 1-2 ต้องรับผิดในเรื่องคืนเงินมัดจำและดอกเบี้ย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนทำลายนิติกาารการซื้อขายตึกระหว่างจำเลยทั้ง ๓ ให้จำเลยที่ ๑-๒ โอนกรรมสิทธิให้เป็นของโจทก์ถ้าโอนไม่ได้ใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ - ๒ ให้การว่าจำเลยที่ ๒ ได้ขายตึกให้จำเลยที่ ๓ โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาจะขายตึกแถวพิพาทให้โจทก์ครั้งหนึ่ง เพื่อเจตนาลวงเอาเปรียบผู้อื่นจำเลยที่ ๒ ไม่มีเจตนาอันแท้จริงจะซื้อขายตามสัญญาจำเลยได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว และตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ จำเลยที่ ๓ ให้การว่าจำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ฟ้องขับไล่ให้จำเลยระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑-๒ ได้เสนอขายตึกพิพาทแก่คนหลายคน เพื่อหาทางขับไล่จำเลยที่ ๓ ๆ กลัวในที่สุดจำเลยที่ ๓ รับซื้อตึกพิพาทเสีย เมื่อสืบพยานจำเลยที่ ๑-๒ แล้ว โจทก์แถลงขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ ๆ ไม่คัดค้าน ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยนับตั้งแต่ ๒๕ ก.ย.๙๑ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้คิดดอกเบี้ยตั้งแต่ ๒๖ ม.ค.๙๐ จำเลยที่ ๑-๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องอำนาจฟ้องนั้น ถึงแม้ว่าโจทก์จะเอาเงินของคนอื่นมาซื้อแต่สัญญาจะซื้อขายมีชื่อโจทก์เป็นคู่สัญญา โจทก์ก็ย่อมมีอำนาจ การที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ โดยไม่แจ่มให้จำเลยที่ ๑-๒ ทราบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคำขอท้ายฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายแลถอนคำขอให้โอนตึกรายพิพาท คงเหลือแต่เรื่องคืนเงินมัดจำกับดอกเบี้ย ย่อมเป็นอำนาจของโจทก์ที่จะทำได้ ส่วนข้อเท็จจริงคงฟังเช่นเดียวกันศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2497 นางนารี มนาปี โจทก์ หลวงศรไกรณรงค์ที่ 1, นางศรไกร รณรงค์ที่ 2 นายสุมิตร์ กังสนานน์ท์ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนารี มนาปี · จำเลย - หลวงศรไกรณรงค์ที่ 1, นางศรไกร รณรงค์ที่ 2 นายสุมิตร์ กังสนานน์ท์ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - หลวงวิมลสัจจารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาลตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา