⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1321/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งสิทธิสามารถขอความคุ้มครองจากศาลได้ แม้สิทธินั้นจะยังไม่ได้รับการรับรองโดยตรงตามกฎหมายก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.แพ่ง ม.55 นั้นหาจำต้องมีกฎหมายรับรองสิทธินั้นไว้โดยตรงเสียก่อนอย่างใดไม่ เมื่อผู้ใดโต้แย้งผู้นั้นก็อาจมาขอความคุ้มครองจากศาลได้เสมอ เช่นในกรณีขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเมื่อมีข้อโต้แย้งว่าใครจะมีสิทธิดีกว่าในการที่จะจดทะเบียนก่อน ดังนี้ศาลก็ต้องรับวินิจฉัยให้ อย่าว่าแต่ในระหว่างผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนด้วยกันเลยเจ้าของเครื่องหมายการค้าอ้นแท้จริงแม้จะยังมิได้จดทะเบียน จะยกขึ้นต่อสู้กับผู้ที่จดทะเบียนแล้วในศาลก็ยังได้ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน (อ้างฎีกาที่ 277/2496)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.17 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.27 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.29 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.30 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอให้แสดงว่าโจทก์มีสิทธิที่จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตรานกอินทรีย์ (EAGLE BRAND) ดีกว่าจำเลย ขอให้ห้ามจำเลยใช้บังคับให้จำเลยถอนคำร้องของจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างนี้เสีย และให้ใช้ค่าเสียหายอีก ๑๐,๐๐๐ บาทด้วย เมื่อโจทก์ไปยื่นขอจดทะเบียนพาณิชย์กลับปรากฎว่าจำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้แล้วเหมือนกัน กองทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้แจ้งมาให้โจทก์จำเลยทำความตกลงกันหรือมิฉะนั้นก็ให้นำคดีขึ้นสู่ศาล จำเลยเพิกเฉยไม่ถอยคำร้องขอจดทะเบียน จำเลยปฏิเสธเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์และต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าของผู้ประดิษฐ์ใช้เครื่องหมายนี้ และได้ยื่นคำของจดทะเบียนไว้ก่อนโจทก์ค่าเสียหายโจทก์เรียกจากจำเลยไม่ได้ตามฎีกาที่ ๙๑๐/๒๔๙๐ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ศาลแพ่งเห็นว่าโจทก์มีสิทธิขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอันนี้ดีกว่าจำเลยพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิ ที่จะจดทะเบียนดีกว่าจำเลย ส่วนค่าเสียหายนั้นโจทก์ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แม้จำเลยจะทำให้โจทก์เสียหาย กฎหมายก็ไม่คุ้มครองถึงให้ยกคำร้องข้อนี้เสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเอากรณีนี้มาฟ้องศาลให้พิจารณาพิพากษาได้เพราะไม่เป็นสิทธิ หน้าที่อื่นใดตามกฎหมายตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๕๕ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ มาตรา ๑๗ วรรคต้น และมาตรา ๒๗,๒๙ จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์อื่นใดของจำเลยอีกต่อไป พิพากษากลับคำพิพากษาศาลแพ่ง ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้พิเคราะห์ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้ามาตรา ๒๙ และ ๑๗ สองมาตรานี้รวมกันแล้ว จะเห็นได้ว่าสิทธิในการเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิที่จะได้รับจดทะเบียนก่อนนั้น บุคคลผู้ใช้เครื่องหมายการค้าของตนยอมมีอยู่ สิทธิเช่นนี้ก็คือสิทธิที่ราษฎรทั้งหลายมีอยู่นั้นเอง ทำนองเดียวกับสิทธิที่จะขอใบเหยียบย่ำที่ดินรกร้างว่างเปล่าแปลงหนึ่ง หรือสิทธิ ที่จะขอประทานปัตรการทำเหมืองแร่ก่อราษฎรอื่น ๆ ซึ่งมีกรณีพิพาทกันในโรงศาลเสมอ ๆ การโต้แย้งสิทธิตามที่กล่าวไว้ในมาตรา ๕๕ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้นจึงหาจำต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้โดยตรงเสียก่อนอย่างใดไม่ สิทธิของราษฎรธรรมดาในอันที่จะได้รับจดทะเบียนหรือรับสัมประทานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นถ้ามีผู้มาโต้แย้งราษฎรผู้นั้นก็อาจมาขอความคุ้มครองจากศาลได้เสมอ มิฉะนั้นแล้วเช่นในกรณีขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ ถ้าศาลไม่รับวินิจฉัยให้ว่าใครมีสิทธิดีกว่าในการที่จะจดทะเบียนคนหนึ่งก็อาจถูกคนอีกคนหนึ่งกลั่นแกล้งได้โดยง่ายโดยไปคัดค้านการขอจดทะเบียนของคน ๆ นั้นเสียทั่วทุกรายไป ยิ่งกว่านั้นใน พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.๒๔๗๔ นั้นมาตรา ๓๐ ยังบัญญัติไว้เป็ใจความสำคัญว่า " การจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.นี้ไม่เป็นการขัดขวางต่อผู้ใดในการใช้โดยสุจริต ซึ่งนามสำนักงานการถ้าของตน ฯลฯ " และในมาตรา ๔๑ ก็ยังได้บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนการ+เสียได้เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องและแสดงได้ว่า ผู้ร้องมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ ฯลฯ ทั้งนี้แสดงว่าผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าอันแท้จริง แม้ยังมิได้จดทะเบียนจะยกขึ้นต่อสู้กับผู้ที่จดทะเบียนแล้วในศาลก็ยังไม่ได้ อย่าว่าแต่ในระหว่างผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนด้วยกันเลย ตามฎีกาที่ ๒๗๗/๒๔๙๖ พิพากษากลับให้ยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เสีย ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ข้ออุทธรณ์อื่น ของจำเลยต่อไปตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1321/2497 บริษัทโมริยา สเกล แมนนูแฟคเจอริ่งกัมปะนีโดยนายโล่ เกี้ยนหงวน ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายฮั้งลิ้ม แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความตัวแทน - บริษัทโมริยา สเกล แมนนูแฟคเจอริ่งกัมปะนีโดยนายโล่ เกี้ยนหงวน · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายฮั้งลิ้ม แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยุ้ย อาตมียะนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 8735/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา