คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1373/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนำที่ดินที่ทำขึ้นก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้บังคับ หากต่อมาได้มีการจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นการจำนองที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ย่อคำพิพากษา
การจำนำที่ดินกันก่อนใช้ป.พ.พ.นั้นแม้พฤติการณ์จะฟังได้ว่าเป็นกิริยาขายฝาก แต่ปรากฏว่าคู่สัญญาจำนำกันได้ไม่ถึง 10 ปี แล้วได้มาทำจำนองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยถูกต้อง ขึ้นเงินกันอีกในขณะที่ประกาศใช้ ป.พ.พ.บรรพ 1,2,3. แล้วยังเป็นการจำนองตาม ป.พ.พ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมนางปุ้ม จำเลยที่ ๓ ได้ฟ้องนายเภา นางผิว จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขอให้ศาลแสดงว่าโฉนดที่ ๑๖๐๑ เป็นของโจทก์ เพราะนายเพ็งนายแป๊ะได้จำนำโจทก์ไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๘ โจทก์ได้ครอบครองต่างดอกเบี้ยมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว นางผิว นายเภา ต่อสู้คดีแล้วในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมกันให้ที่รายนี้เป็นของนางปุ้ย ๆให้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท กับผู้รับมรดกของนายเพ็ง นายแป๊ะ โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินรายนี้ เฉพราะส่วนของนายเพ็งกึ่งหนึ่งนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสอ ในฐานะส่วนตัวและรับการสละสิทธิ์จากนางอัมพร นางเปลี่ยน ขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความเสีย ให้จำเลยรับชำระหนี้ไถ่ถอนจำนำ
จำเลยที่ ๑,๒ ให้การว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกจริง แต่จำเลยที่ ๑, ๒, ถูกฟ้องคดีก่อนโดยลำพังและทำสัญญายอมความกับจำเลยที่ ๓ แล้ว โจ่ก์จงไม่สิทธิได้รับส่วนแบ่ง
จำเลยที่ ๓ ให้การว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของจำเลยโดยผู้จำนำได้ให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ยเกิน ๑๐ ปีแล้ว
ต่อมานานสุดใจได้ยื่นคำร้องขอรับส่วนมรดกของนายแป๊ะ จำเลยไม่ค้าน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่า นายเพ็งนายแป๊ะจำนำที่พิพาทแก่จำเลยที่ ๓ และมอบที่พิพาทให้ทำต่างดอกเบี้ยเป็นเวลา ๒๖ ปีแล้ว และเป็นเวลาก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ ๑,๒,๓ พฤติการณ์อย่างนี้ ก.ม. ที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ถือว่าเป็ฯกิริยาขายฝาก เมื่อผู้จำนำไม่ได้ไถ่ถอนใน ๑๐ ปี ที่พิพาทย่อมหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยที่ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์และคำร้องสอดของนายสุดใจ
โจทก์และนายสุดใจฏีกา
ศาลฏีกาเห็นว่าสัญญาจำนำเดิมก่อนป.พ.พ. ตามพฤติการณ์ดังนั้น เรียกว่าเป็นการขายฝากจริง แต่ต่อจากจำนำกันมายังไม่ถึง ๑๐ ปี ก็ได้ทำจำนองจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินขึ้นเงินกันอีก ครั้งหลังนี้ทำกันในเงลาหลังจาใช้ ป.พ.พ.แล้ว จึงเป็นการจำนอง หาใช่เป็นการจำนำมีพฤติการณ์เป็นการขายฝากไม่ เพราะสัญญาจำนองใหม่ได้ลบล้างหรือกลืนสัญญาจำนำเดิมเสียแล้วโจทก์และผู้ร้องสอดเป็นทายาทของผู้จำนองมีสิทธิ ขอไถ่ที่พิพาทจากจำเลยที่ ได้สัญญาประนีประนอมระหว่างจำเลยที่ ๑,๒, และที่เป็นของโจทก์หาผูกมัดโจทก์และผู้ร้องสอด จากจำเลยที่ ๓ ได้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1373/2497
นายปั่น ลาภภักดี,นายโปร่ง สุภาพร โจทก์
นายเภา ลาภภักดี,นางผิว เกิดสมบูรณ์,นายสุดใจ เกิดสมบูรณ์ จำเลย
นายสุดใจ เกิดสมบูรณ์ ผู้ร้องสอด
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายปั่น ลาภภักดี,นายโปร่ง สุภาพร · จำเลย - นายเภา ลาภภักดี,นางผิว เกิดสมบูรณ์,นายสุดใจ เกิดสมบูรณ์ · ผู้ร้องสอด - นายสุดใจ เกิดสมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพยุง วัฒนสิงหะ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาถ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา