คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องบุตรสาวซึ่งเป็นบุตรของตนเองนั้น กฎหมายห้ามไว้ แต่จำเลยซึ่งเป็นบุตรเขย ย่อมสามารถฟ้องแย้งเรียกให้โจทก์รับผิดตามฟ้องแย้งได้
ย่อคำพิพากษา
มารดาฟ้องบุตรสาวและบุตรเขยเป็นจำเลยขอให้ถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนด จำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ห้ามไม่ให้โจทก์เข้ามาเกี่ยวข้อง และเรียกค่าเสียหายด้วย ดังนี้ แม้บุตรสาวจะฟ้องไม่ได้ บุตรเชยก็ย่อมฟ้องให้โจทก์รับผิดตามฟ้องแย้งได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์-มีที่นา ๑ แปลงโจทก์ได้ให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรเขตและบุตรสาวอาศัยทำกิน ต่อมาจำเลยลอบไปขอให้เจ้าพนักงานจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลย เป็ฯผู้ถือกรรมสิทธิ โจทก์ทราบจึงขอให้จำเลยถอนชื่อออกเสีย จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยถอนชื่อออกจากทะเบียน
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย โจทก์และนายสวัสดิ์ได้บุกรุกเข้าทำที่พิพาท ๑ ไร่ทำให้จำเลยเสียหาย ๔๐๐ บาท จึงขอให้ศาลเรียกนายสวัสดิ์เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมแลฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะคดีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และนายสวัสดิ์ฏีกา
ศาลฏีกาเห็นว่า ถึงนางคำจำเลยจำเป็นบุตรนางสวอโจทก์ จะฟ้องไม่ได้โดยกฎหมายห้ามนายจองจำเลยเป็นบุตร เขยก็ย่อมฟ้องโจทก์ให้รับผิดตามฟ้องแย้งได้ ไม่มีกฎหมายห้าม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391/2497
นายสวอง มูลเมืองที่ ๑,นายสวัสดิ์ มูลเมืองที่ 2 โจทก์
นายจอง สิมากรณ์ที่ ๑,นางคำ สิมากร์ที่ ๒จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสวอง มูลเมืองที่ ๑,นายสวัสดิ์ มูลเมืองที่ 2 · ๒จำเลย - นายจอง สิมากรณ์ที่ ๑,นางคำ สิมากร์ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายจำเนียร บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชำนาญเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา