⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 93/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินค่าชดเชยและผลประโยชน์ที่ลูกจ้างได้รับจากนายจ้างตามกฎหมายเมื่อประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน ถือเป็นสินสมรสระหว่างสามีภริยา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยประสบอุบัติเหตุขณะทำงาน นายจ้างปลดจำเลยออกจากงาน จำเลยได้รับเงินค่าชดเชยและผลประโยชน์ตามสิทธิที่จำเลยพึงได้ตามกฎหมายซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างโดยเกิดสิทธิขึ้นจากผลของกฎหมายหาใช่เพราะนายจ้างจ่ายให้จำเลยโดยเสน่หาไม่ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสของโจทก์ได้เงินดังกล่าวมาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1474 (1) อันโจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยเมื่อหย่ากัน จำเลยอุทธรณ์ว่า เมื่อจำเลยได้รับเงินค่าชดเชยต่าง ๆ มาแล้วต้องใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและอื่น ๆ คงมีอยู่เท่าที่เหลือฝากธนาคารไว้ 100,000 บาท เท่านั้น ถือได้ว่าจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยรับเงินค่าชดเชยและอื่น ๆ ตามฟ้องเมื่อชดใช้หนี้และใช้อย่างอื่นแล้วยังเหลืออยู่ 242,150.87 บาท ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงไม่ชอบ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1534

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนหย่าก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยแบ่งเงินที่รับไปแล้ว ๒๕๒,๖๙๐.๓๗ บาท และที่จะได้รับจากสำนักงานแรงงานจังหวัดสระบุรีอีก ๒๒๐,๐๓๓.๓๕ บาท ให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง และให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะอีกเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลย เงินต่าง ๆ ตามที่จำเลยรับมาตามฟ้อง เป็นเงินส่วนตัวของจำเลยโจทก์ไม่มีสิทธิแบ่ง และจำเลยใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและชำระหนี้สินไปเกือบหมดแล้ว จำเลยไม่ขัดข้องในเรื่องส่งเสียอุปการะเลี้ยงดูบุตร ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยาน จำเลยแถลงว่าจำเลยยอมหย่ากับโจทก์และรับว่าจำเลยรับเงินมาแล้วและจะได้รับต่อไปตามจำนวนที่ปรากฏในคำฟ้องจริง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จดทะเบียนหย่าขาดกับโจทก์ หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนหย่าให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์เป็นเงิน ๑๒๑,๑๗๕.๔๐ บาท และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะอีกเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เงินตามฟ้องเป็นเงินค่าชดเชยและผลประโยชน์พึงได้ตามสิทธิที่จำเลยพึงได้ตามกฎหมาย ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างโดยเกิดสิทธิขึ้นจากผลของกฎหมาย หาใช่เพราะนายจ้างจ่ายให้จำเลยโดยเสน่หาดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นคู่สมรสของโจทก์ได้เงินดังกล่าวมาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๔ (๑) โจทก์มีสิทธิขอแบ่งจากจำเลยเมื่อหย่ากันตามที่โจทก์จำเลยตกลงหย่ากันไว้แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ขอให้แบ่งเงินให้โจทก์เพียงจำนวนที่เหลืออยู่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าจำเลยไม่ได้คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นในเรื่องนี้นั้น เห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ในข้อนี้ว่า เมื่อจำเลยได้รับเงินค่าชดเชยต่าง ๆ มาแล้วต้องใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและอื่น ๆ คงมีอยู่เท่าที่เหลือฝากธนาคารไว้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น ถือได้ว่าจำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยรับเงินค่าชดเชยและอื่น ๆ ตามฟ้องเมื่อชดใช้หนี้และใช้อย่างอื่นแล้วยังเหลืออยู่ ๒๔๒,๑๕๐.๘๗ บาท ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย โดยฟังว่าจำเลยมีเงินเหลือ ๒๔๒,๑๕๐.๘๗ บาท แต่ที่ศาลชั้นต้นคิดรวมเงินค่าเลี้ยงชีพจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด เดือนละ ๒,๓๖๕.๙๕ บาท ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๒๕ ที่จำเลยถูกปลดออกจากบริษัทดังกล่าวถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๒๖ รวม ๑๐ เดือน เป็นเงิน ๒๓,๖๕๙.๕๐ บาท รวมเป็นสินสมรสด้วยนั้น ปรากฏว่าโจทก์มิได้มีคำขอบังคับเงินจำนวนดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าเป็นสินสมรสและแบ่งให้โจทก์ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง จึงเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ แม้คู่ความมิได้อุทธรณ์ฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์เป็นเงิน ๑๐๙,๒๔๕.๖๘ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 93/2531 นางศิริพร ไม่คร้ามศึก โจทก์ นายเปรมชัย ไม่คร้ามศึก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศิริพร ไม่คร้ามศึก · จำเลย - นายเปรมชัย ไม่คร้ามศึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · สหัส สิงหวิริยะ · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายโนรี จันทร์ทร · ศาลอุทธรณ์ - นายเคียง บุญเพิ่ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 7919/2553ฎีกา 2076/2542ฎีกา 367/2568ฎีกา 1339/2499ฎีกา 9577/2552ฎีกา 4637/2567ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1660/2518ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 581/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา