คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยคนหนึ่งอุทธรณ์และฎีกาจนศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง จำเลยคนอื่นที่ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา ย่อมได้รับผลตามคำพิพากษาของศาลฎีกาด้วย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย 2 คนชำระหนี้เงินตามสัญญากู้จำเลยคนหนึ่งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยคนนั้นฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่เชื่อพยานหลักฐานของโจทก์พิพากษายกฟ้อง จำเลยคนที่ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกา ก็ย่อมได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.245(1)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสอบได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ถึงกำหนดแล้วไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินให้โจทก์ แต่ดอกเบี้ยไม่ให้
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาไม่เชื่อพยานหลักฐานของโจทก์แต่เห็นว่าจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ฎีกาคนเดียว โดยจำเลยที่ ๑ ไม่ได้อุทธรณ์มาด้วยก็ดี แต่คำฟ้องนี้เกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกกันได้จำเลยที่๑ ได้รับผลตามคำพิพากษาด้วย ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๒๔๕(๑)
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1501/2497
นายเบี้ยว ขำขา โจทก์
นายรอด สารีที่ 1, นางตา สารีที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเบี้ยว ขำขา · จำเลย - นายรอด สารีที่ 1, นางตา สารีที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชัยนาท - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา