⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1623/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2497

ย่อคำพิพากษา

พะยานในพินัยกรรม 2 คนซึ่งไม่ได้ลงชื่อในขณะทำพินัยกรรมพร้อมกัน คนหนึ่งลงชื่อไว้ในภายหลับ แม้จะได้สอบถามตัวเจ้ามรดกหรือไม่ก็ตาม พะยานเช่นนี้ย่อมเรียกไม่ได้ว่าเป็นพะยานในพินัยกรรมตาม ป.พ.พ.ม.1656 พะยานผู้เขียนพินัยกรรมซึ่งลงชื่อไว้ในช่องผู้เขียนแยกต่างหากจากช่องพะยานในพินัยกรรม เช่นนี้จะถือผู้เขียนเป็นทั้งพะยานในพินัยกรรมและพะยานผู้เขียนด้วยไม่ได้ ผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือไว้โดยมีพะยานเซ็นชื่อรับรองในขณะนั้นเพียงคนเดียวดังนี้เป็นการไม่ชอบตามมาตรา 1665

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1665 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1705

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงที่ไม่มีข้อโต้เถียงกันได้ความว่านางพันถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๙๓ มีบุตร ๙ คน คือนางเฮียะ จำเลยนางทองอยู่ นางสาวลมูล นางละออ นางละม่อม นางสาวโหมด นางถนอมและโจทก์ นางเฮียะถึงแก่ความตายไปก่อนแต่มีบุตร คือ นายเจริญ นางพันมีทรัพย์มรดก ๑ ถึง ๑๒ ทรัพย์หมายเลข ๕ คือตัวเงินสด ๒๕,๐๐๐ บาทอยู่ที่จำเลย ขอให้เอามารวมกันแบ่งให้โจทก์ ๑ ใน ๙ ส่วน จำเลยรับในเรื่องเครือญาติและทรัพย์ตามหมายเลขที่ต่างยินยอมให้แบ่งเป็นมรดกตามส่วน คงปฏิเสธทรัพย์หมายเลข ๕ เงินสด ๒๕,๐๐๐ บาทนั้นว่าไม่มีที่จำเลย และที่ดินหมายเลข ๖-๗ โต้แย้งว่านางพันได้ทำพินัยกรรมแบ่งส่วนให้แก่บุตรหลานไปแล้วขอให้เป็นไปตามพินัยกรรมและขอให้กันเงินค่าทำศพ นางทองอยู่และนางถนอมร้องสอดขอส่วนแบ่งศาลอนุญาต นายเจริญ นางสาวลมูล นางละออ นางละม่อม และนางสาวโหมดโดยจำเลยเป็นผู้แทนฉะเพาะคดี ร้องสอดขอส่วนแบ่งในกองมรดก ฝ่ายโจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องสอดเหล่านี้นอกจากนางสาวโหมดมิได้ครอบครองทรัพย์มรดกทุกรายการ และร้องขอเข้ามาเมื่อขาดอายุความมรดกแล้ว ผู้ร้องสอดทั้ง ๕ คนนี้จึงร้องขอเข้าเป็นจำเลยในคดีด้วย ศาลอนุญาตนางละม่อมถึงแก่ความตายในระหว่างพิจารณาคดี ศาลอนุญาตให้นายอุตโมจำเลยเป็นผู้รับมรดกความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เอาทรัพย์หมายเลข ๑ ถึง ๔ และ ๖ ถึง ๑๑ และให้จำเลยส่งผลประโยชน์หมายเลข ๑๒ เป็นเงินสด ๕๐๐ บาทมาแบ่งออกเป็น ๙ ส่วนให้โจทก์ นายอุตโม จำเลย นางถนอม นางทองอยู่ นางสาวลมูล นางละออ นางสาวโหมดโดยนายอุตโมจำเลยเป็นผู้แทนฉะเพาะคดี นางละม่อมโดยนายอุตโมจำเลยเป็นผู้รับมรดกความ และนายเจริญคนละ ๑ ส่วน แบ่งไม่ตกลงให้ประมูลราคากันเอง มิฉะนั้นให้ขายทอดตลาดไป หักค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความฝ่ายละ ๓๐๐ บาท ค่าทำศพ ๙,๐๐ บาทไว้ก่อน โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า:- ๑. พินัยกรรมตามที่จำเลยอุทธรณ์ขึ้นมานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะพะยานมิได้ลงชื่อในขณะทำพินัยกรรมพร้อมกันตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕๖ เงิน ๕๐๐ บาทอันเป็นผลประโยชน์จากที่ดินตามพินัยกรรมฉบับนั้นจำเลยจึงคัดค้านไม่ได้เช่นเดียวกัน ๒. เงินสด ๒๕,๐๐๐ บาทโจทก์นำสืบเลื่อนลอย ๓. นายอุตโมจำเลยรับรองอยู่แล้วว่าครอบครองมรดกแทนนายเจริญด้วย และโจทก์ฟ้องขอส่วนแบ่งเพียง ๑ ใน ๙ ส่วนเท่านั้น จะอุทธรณเกินคำขอตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ โจทก์และจำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เรื่องเงินสด ๒๕,๐๐๐ บาท โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ส่วนฎีกาของจำเลยเรื่องพินัยกรรมนั้นเห็นว่า พินัยกรรมฉบับนี้มีพะยานลงชื่อในช่องพะยานสองคน คือนายโตกับนายชม และนายเก็บลงช่องผู้เขียน ข้อเท็จจริงปรากฎว่าขณะทำพินัยกรรมมีนายโตพะยานคนเดียวเป็นคนจัดทำให้โดยนายเก็บเป็นคนเขียนส่วนนายชมไปเก็บน้ำตาลเสีย ไม่ได้อยู่รู้เห็นด้วยในขณะทำพินัยกรรม แต่ไปลงชื่อไว้ในภายหลัง แม้จะได้สอบถามตัวนางพันเจ้ามรดกอีกหรือไม่ก็ตามย่อมเรียกไม่ได้ว่านายชมเป็นพะยานในพินัยกรรมนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.๑๖๕๖ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่านายเก็บได้อยู่รู้เห็นร่วมกับนายโตตลอดเวลา ควรรับฟังว่านายเก็บเป็นพะยานในพินัยกรรมด้วยได้และอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๖๓/๒๔๙๒ ข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าพะยานในพินัยกรรมฉบับนี้เซ็นชื่อกันไว้ตอนบนส่วนหนึ่งต่างหากซึ่งนายเก็บมิได้เกี่ยวข้อร่วมอยู่ด้วยแต่อย่างใดเลย ต่อจากนั้นลงไปเป็นหมายเหตุแสดงให้รู้ว่าพินัยกรรมทำกันกี่ฉบับ ใครเป็นผู้เก็บรักษาซึ่งนายเก็บได้เซ็นชื่อในตอนล่างนี้และแสดงฐานะว่าตนเป็นแต่เพียงผู้เขียนเท่านั้น นายเก็บจึงมีฐานะเป็นผู้เขียนพินัยกรรมแต่อย่างเดียว ไม่ใช่พะยานในพินัยกรรมฉบับนี้ เทียบกันคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๖/๒๔๙๒ ไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงต่างกันมาก อนึ่งนางพันผู้ทำพินัยกรรมได้พิมพ์นิ้วมือไว้ต้องมีพะยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนในขณะนั้น แต่มีนายโตเซ็นชื่อรับรองในขณะนั้นเพียงคนเดียวไม่ชอบตามมาตรา ๑๖๖๕ พินัยกรรมฉบับนี้จึงตกเป็นโมฆะตามมาตรา ๑๖๕๖ และ ๑๗๐๕ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์และจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2497 นายสุธน แก้วรักเขียน โจทก์ นายอุตโม แก้วรักเขียน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุธน แก้วรักเขียน · จำเลย - นายอุตโม แก้วรักเขียน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสุธรรมวรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฎร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5753/2531ฎีกา 1055/2497ฎีกา 981/2492ฎีกา 359/2521ฎีกา 478/2483ฎีกา 4397/2553ฎีกา 2874/2559ฎีกา 1253/2511ฎีกา 6290/2538ฎีกา 1572/2492ฎีกา 1358/2505ฎีกา 860/2492ฎีกา 1579/2524ฎีกา 4338/2531ฎีกา 4001/2545ฎีกา 387-388/2488ฎีกา 485/2553ฎีกา 4698/2552ฎีกา 3189/2533ฎีกา 636/2490ฎีกา 336/2506ฎีกา 1193/2520ฎีกา 4136/2529ฎีกา 6161/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา