คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การจะลงโทษจำเลยได้ ต้องปรากฏว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงตามฟ้อง
* การที่โจทก์บรรยายฟ้องจำเลยในความผิดฐานใดแล้ว จะขอให้ลงโทษในความผิดอื่นที่ไม่ได้บรรยายไว้ในฟ้องอีกไม่ได้ หากความผิดนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน
ย่อคำพิพากษา
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยเล่นการพนันตุ้งปลายอันมีลักษณะคล้ายการพนันโปปั่น แต่สืบไม่ปรากฎว่าเป็นการเล่นคล้ายการพนันโปปั่น จึงขาดเหตุอันเป็นองค์ความผิดหรืออีกนัยหนึ่ง ไม่ปรากฎว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงตามฟ้อง จะลงโทษจำเลยใดๆ ในคดีนั้นไม่ได้ เข้าอยู่ในลักษณะคดี
ป.ม.วิ.อาญามาตรา 176 ไม่ใช่บทบังคับเด็ดขาด เ ป็นเพียงผ่อนผันว่า คดีมีอัตราโทษอย่างสูงไม่ถึง 10 ปี ก็ให้ศาลมีอำนาจพิพากษาไปตามคำรับสารภาพได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันคล้ายโปปั่น ขอให้ลงโทษฐานเล่นการพนันประเภทห้ามขาดตามบัญชี ก.แล้วจะขอให้ลงโทษฐานเล่นการพนันอื่นตาม พ.ร.บ.การพนันฉบับที่ 4 ม.3 อีกไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยเล่นการพนันกุ้งปลา มีลักษณะคล้ายโปปั่น อันเป็นการพนันประเภทห้ามขาดโดยจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้ามือ จำเลยที่ ๒ เป็นหัวเบี้ยนอกนั้นเป็นลูกค้า ขอให้ลงโทษ
จำเลยที่ ๑,๒ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ - ๖ รับสารภาพ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ - ๒ เป็นเจ้ามือหัวเบี้ย จึงพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๖ ผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๖,๑๒ ปรับคนละ ๕๐๐ บาท ลดให้จำเลยที่ ๓ - ๖ คนละกึ่ง คงปรับคนละ ๒๕๐ บาท ฯลฯ
จำเลยที่ ๑,๒,อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยเล่นการพนันกุ้งปลา มีลักษณะคล้ายการพนันโปปั่นอย่างไร พิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง ๖ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี
ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นายหนึ่งมีความเห็นแย้งในข้อที่ปล่อยจำเลยที่ ๓ - ๖
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์สืบไม่ปรากฎว่าการพนันกุ้งปลามีลักษณะคล้ายการพนันโปปั่นอย่างไร จึงขาดเหตุอันเป็นองค์ความผิดตามฟ้อง หรืออีกนัยหนึ่งไม่ปรากฎว่า ได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริงตามฟ้อง จะเอาโทษแก่จำเลยใดๆไม่ได้ เข้าอยู่ในลักษณะคดี ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๗๖ เป็นเพียงกำหนดวิธีผ่อนผันว่า คดีมีอัตราโทษอย่างสูงไม่ถึง ๑๐ ปีนั้น ถ้าจำเลยรับสารภาพก็ให้ศาลมีอำนาจพิพากษาได้ แต่ไม่ใช่เป็นบทบังคับเด็ดขาด
อนึ่งที่โจทก์ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.การพนันฉบับที่ ๔ มาตรา ๓ ด้วยนั้นเห็นขาดตามบัญชี ก.เป็นเรื่องต่างเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน จะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2497
พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์
นายจุ้ยตึดที่ 1, นายหลิมที่ 2, นายอุสมันที่ 3, นายจรัสที่ 4, นายเย็นที่ 5, นาย
เลียบที่ 6, จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต · นาย - นายจุ้ยตึดที่ 1, นายหลิมที่ 2, นายอุสมันที่ 3, นายจรัสที่ 4, นายเย็นที่ 5, · จำเลย - เลียบที่ 6, |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทประชา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายแล โกมาทัต · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา